วันศุกร์ที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2569

[อ่าน๑๐๑] "หนังสือใหม่" ใน งานมหกรรมหนังสือระดับชาติ ครั้งที่ 31 @ J26 ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

งานมหกรรมหนังสือระดับชาติ ครั้งที่ 31 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 23 ตุลาคม – 1 พฤศจิกายน 2569 
เวลา 10.00 – 21.00 น. ณ ฮอลล์ 5 – 7 ชั้น LG ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

หนังสือใหม่ ลด 15% ทุกเล่ม
- หนังสือชุดที่ซื้อครบ 3 เล่ม ลด 30% มี 3 ชุด ได้แก่ 
1) ชุดนักสืบมาร์โลว์  
2) ชุดบทละครเช็คสเปียร์  
3) ชุดคุณหมอดูลิตเติ้ล

โปรแลกซื้อลด 50% มีหนังสือเข้าร่วมโปรมากกว่า 50 รายการ รอติดตามรายละเอียดเร็วๆนี้

โปร Shock Sale! คืนความสุขสู่ชั้นหนังสือให้เต็มเอี้ยดดังเดิม สำหรับผู้อ่านที่หนังสือแสนรักเสียหายไปกับอุทกภัย 
สูญหายไปกับเพื่อนที่ยืมแล้วไม่คืน พกไปอ่านแล้วลืมไว้ที่ไหนสักแห่ง-จำไม่ได้เลย ประสบภัยปลวกหนังสือประจำบ้าน 
หรือจากสาเหตุอื่นๆ  นับเป็นโอกาสดีที่จะได้ซื้อหนังสือราคาประหยัดจากโปรโมชั่นนี้ของเรา

=======================================================

1. เสียงคลื่น The Sound of Waves 潮騒 Shiosai (ฉบับพิมพ์ใหม่) 

Yukio Mishima 三島由紀夫 : ประพันธ์ 
ช. ชาลี (อำพรรณ โอตระกูล) : แปล
วุฒิชัย อยู่สุภาพ : บรรณาธิการเล่ม
OLE - Anusorn Phasomkit : ออกแบบปก

บนเกาะเล็กๆ ในอ่าวอีเซ ซึ่งห่างไกลความเจริญ ชินจิ เด็กหนุ่มในครอบครัวยากจน 
ทำงานบนเรือประมงด้วยความขยันขันแข็งโดยไม่มีเรื่องใดให้วุ่นวายใจ  
ชีวิตของเขาเคลื่อนไหวเป็นท่วงทำนองเดียวกับเสียงคลื่นของทะเลกว้าง 
และสงบสุขเช่นนั้นเรื่อยมา จนกระทั่งวันที่เด็กสาวคนหนึ่งปรากฏตัวขึ้น  

เธอคือ ฮัทซูเอะ บุตรสาวเจ้าของเรือขนส่งสินค้าผู้มั่งคั่งที่สุดบนเกาะ 
ถูกเรียกตัวกลับจากครอบครัวอุปถัมภ์เพื่อเตรียมแต่งงานกับชายที่คู่ควรสักคน
ซึ่งบิดาหมายมั่นจะรับเป็นลูกบุญธรรมและให้สืบทอดตระกูลต่อไป

เพียงแรกพบหน้าเด็กสาว หัวใจอ่อนเยาว์และใสซื่อของชินจิก็สั่นไหวคล้ายคลื่นทะเลปั่นป่วน 
ก่อนที่ ‘พายุคลั่ง’ ในวันหนึ่งจะเปิดโอกาสให้ทั้งคู่ได้ชิดใกล้ภายในอาคารร้างบนยอดเขาที่มีเพียงไออุ่นจากกองไฟ 
โดยไม่รู้เลยว่าบททดสอบความเป็นลูกผู้ชายและความมั่นคงในรักที่อาจต้องแลกด้วยชีวิตกำลังกรายใกล้เข้ามา

เสียงคลื่น ผลงานซึ่งเป็นดั่งมุกเม็ดงามของ ยูกิโอะ มิชิมา (มิชิมา ยูกิโอะ) นักเขียนคนสำคัญของญี่ปุ่น 
ผู้มีชื่อเข้าชิงรางวัลโนเบลสาขาวรรณกรรมหลายหน  นวนิยายเรื่องนี้ได้รับการสร้างเป็นภาพยนตร์มาแล้ว 5 ครั้ง 
ระหว่างปี 1954-1985 โดยฉบับปี 1954 เคยเข้าฉายในประเทศไทย ใช้ชื่อเรื่องว่า สาวเปลือยเกาะไข่มุกด์ 
(มี ด์ ตามการเขียนของปี พ.ศ. 2498)  นอกจากนี้ยังได้รับการดัดแปลงเป็นอนิเมะในปี 1989



2. เสียงสยองยามราตรี (The Voice in the Night)

วิลเลียม โฮป ฮ็อดจ์สัน (William Hope Hodgson) : เขียน
นภ ดารารัตน์ : แปล
สุริยาทิศ : ออกแบบปก

เรือใบลำหนึ่งลอยนิ่งอยู่กลางมหาสมุทรแปซิฟิกในยามราตรีมืดมิดที่มีหมอกลงจัด 
ลูกเรือและกัปตันได้ยินเสียงร้องขอความช่วยเหลือดังมาจากเรือพายเล็กๆ ที่ลอยเข้าใกล้ 
แต่ชายปริศนาบนเรือเล็กกลับปฏิเสธแสงไฟและไม่ยอมให้ใครเข้าใกล้ เขาขอแค่อาหารไปประทังชีวิตเท่านั้น

ชายปริศนาคนนี้คือผู้รอดชีวิตจากเหตุการณ์เรือ อัลบาทรอสส์ อับปาง 
เขากับคู่หมั้นลอยคอไปติดอยู่บนเกาะร้างที่มีแต่พืชประหลาดและเชื้อราสีเทาอยู่เต็มไปหมด 
ความสยดสยองเริ่มต้นขึ้นเมื่ออาหารหมดไป ทั้งสองหิวโหยและไร้ทางเลือก 
จำใจต้องกินเชื้อราประหลาดนั้นพอให้มีชีวิตรอด แต่นั่นกลับกลายเป็นฝันร้ายที่ไม่อาจย้อนคืน

The Voice in the Night เรื่องสั้นชั้นเยี่ยมของ วิลเลียม โฮป ฮ็อดจ์สัน 
นักเขียนผู้มาก่อนกาลและเป็นต้นแบบงานสยองขวัญสั่นประสาทยุคต่อมา 
• เป็นต้นธารงานเขียนแนว Cosmic Horror ของ เอช. พี. เลิฟคราฟท์
• ได้รับการดัดแปลงเป็นตอนหนึ่งของซีรี่ส์ทางโทรทัศน์เรื่อง Suspicion
• ได้รับการดัดแปลงเป็นภาพยนตร์สุดสยองของญี่ปุ่นเรื่อง Matango
• เป็นแรงบันดาลใจให้แก่อะนิเมะ นารุโตะ ตอนที่ 229
• เป็นแรงบันดาลใจให้สตีเฟ่น คิง สร้างสรรค์เรื่องสั้นชื่อ Gray Matter ซึ่งอยู่ในรวมเรื่องสั้น Night Shift
• ชนะใจผู้กำกับและนักแสดงคนดัง จนอยากนำไปรีเมค อาทิ สตีเว่น โซเดนเบิร์ก 
(จากแฟรนไชส์ Ocean's) จอห์น คาร์เพนเตอร์ (จาก The Thing, Halloween) นิโคลัส เคจ
• เป็นต้นแบบของเชื้อรากลายพันธุ์คล้ายซอมบี้ในเกม The Last of Us ซึ่งต่อมาได้รับการพัฒนาเป็นซีรี่ส์ชื่อดังทาง HBO

หนา 56 หน้า ราคา 99 บาท
(พิมพ์จำนวนจำกัด ขายตามราคาปก)



3. หญิงสาวในทะเลสาบ (The Lady in the Lake)

เรย์มอนด์ แชนด์เลอร์ (Raymond Chandler) : เขียน
ภัควดี วีระภาสพงษ์ : แปล
Nannicha Sriwut : ออกแบบปก

คดีที่ 4 ของฟิลิป มาร์โลว์ นักสืบเอกชนผู้กร้าวแกร่งและมืดหม่นแบบอเมริกัน 

มร.เดเรซ คิงสลี่ย์ ประธานบริษัทน้ำหอม ว่าจ้างมาร์โลว์ให้ตามหาคริสตัล 
ภรรยาเจ้ากรรมซึ่งส่งจดหมายตัดสัมพันธ์ ระบุว่าจะแต่งงานใหม่กับชายชู้นามคริส เลเวอรี่  
มาร์โลว์แกะรอยคริสตัลด้วยการไปเยือนถึงบ้านชายชู้ และยังเสาะหาข้อมูลทางฝั่งผู้ว่าจ้าง
ไปจนถึงบ้านพักบนเทือกเขา แต่ยิ่งสืบหาเบาะแสของมิสซิสคิงสลี่ย์มากเท่าไร สถานการณ์ก็
ยิ่งตึงเครียดมากเท่านั้น กระทั่งถึงขีดสุดเมื่อมีคนพบศพหญิงสาวนอนเน่าอยู่ในทะเลสาบ

เรย์มอนด์ แชนด์เลอร์ เป็นผู้บุกเบิกและมีอิทธิพลอย่างสูงต่อนิยายนักสืบเอกชนยุคใหม่ 
ได้รับการยกย่องจากนักเขียนมากมาย อาทิ เอียน เฟล็มมิง ผู้เขียนนิยายสายลับชุด 
James Bond 007 , ฮารูกิ มูราคามิ นักเขียนร่วมสมัยชาวญี่ปุ่นที่เป็นตัวเต็งรางวัลโนเบลในยุคปัจจุบัน
 ซึ่งอ่านซ้ำเรื่อง ลาลับ (The Long Goodbye) มาแล้วไม่น้อยกว่า 12 รอบ

นวนิยายของแชนด์เลอร์ได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งใน ‘หนังสือดี 100 เล่มของศตวรรษ’  
เป็นหนึ่งใน ‘รายชื่อนิยายที่ดีที่สุด 100 เล่ม’ และอยู่ใน ‘100 นิยายอาชญากรรมที่ดีที่สุด’  
นอกจากนี้ยังได้รับการสร้างเป็นภาพยนตร์ ทีวีซีรี่ส์ และละครวิทยุ

หนา 264 หน้า ราคา 349 บาท แถมฟรี ที่คั่น 1 ใบ



4. น้องสาว (The Little Sister)

เรย์มอนด์ แชนด์เลอร์ (Raymond Chandler) : เขียน
ภัควดี วีระภาสพงษ์ : แปล
Nannicha Sriwut : ออกแบบปก

คดีที่ 5 ของฟิลิป มาร์โลว์ นักสืบเอกชนผู้กร้าวแกร่งและมืดหม่นแบบอเมริกัน

ออร์ฟาเมย์ เควสต์ หญิงสาวใสซื่อเรียบร้อย ว่าจ้างมาร์โลว์ให้ตามหาออร์ริน พี. เควสต์ 
พี่ชายที่ขาดการติดต่อหลังจากไปทำงานที่เบย์ซิตี้  คดีนี้นำมาร์โลว์ไปพบศพอีกสองศพ
ที่มีจุดร่วมกันคือถูกเหล็กเฉาะน้ำแข็งปลิดชีพ และยังลากเขาเข้าไปพัวพันกับคดีดำมืดของเมืองเบย์ซิตี้ในอดีตอีกด้วย

พิเศษสุดกับภาคผนวกท้ายเล่ม ข้อเขียนว่าด้วย ศิลปะเรียบง่ายของการฆาตกรรม 
แชนด์เลอร์วิเคราะห์นิยายสืบสวนยุคก่อนหน้าจนถึงยุคเดียวกับเขา ชี้จุดเด่น-จุดด้อย
อันจะเป็นประโยชน์ยิ่งต่อนักเขียนแนวสืบสวนสอบสวนในยุคปัจจุบัน

หนา 320 หน้า ราคา 399 บาท แถมฟรีที่คั่น 1 ใบ



-------------------------------------------
นิยาย Philip Marlowe Series มี 6 เล่ม
1. หลับไม่ตื่น The Big Sleep (ปี 1939)
2. ลาก่อน ยอดดวงใจ Farewell, My Lovely (ปี 1940)
3. คดีหน้าต่างสูง The High Window (ปี 1942)
4. หญิงสาวในทะเลสาบ The Lady in the Lake (ปี 1943)
5. น้องสาว The Little Sister (ปี 1949)
6. ลาลับ The Long Goodbye (ปี 1953)
-------------------------------------------

5. สวนสัตว์คุณหมอดูลิตเติ้ล (Doctor Dolittle's Zoo) [Doctor Dolittle Series เล่ม 5]

ฮิวจ์ ลอฟติ้ง (Hugh Lofting) : เขียน
เขมทัต พิพิธธนาบรรพ์ : แปล
Phetladda.K : ออกแบบปกและวาดภาพปก

ขึ้นชื่อว่าคุณหมอดูลิตเติ้ลย่อมไม่เหมือนใครและไม่มีใครเหมือน สวนสัตว์ของเขาจึงไร้กรงขัง 
สัตว์ทุกตัวใช้ชีวิตได้อย่างอิสรเสรี แต่มีกฎเหล็กว่า “ห้ามใช้ความรุนแรงต่อกัน”  
ชื่อเสียงด้านการรักษาสัตว์เป็นที่ร่ำลืออยู่แล้ว พอเปิดสวนสัตว์แสนสุขแสนพิเศษนี้ขึ้นมา 
ก็ยิ่งทำให้ชื่อเสียงของคุณหมอขจรขจายไปไกล ประดาสัตว์มากมายแห่มาสมัครเข้าอยู่จนเกินจะรับไหว 
บางตัวยอมทิ้งบ้านเจ้านายมหาเศรษฐีมาสมัคร หลายตัวเดินทางข้ามน้ำข้ามทะเลมาอ้อนวอนขออยู่ด้วย 
แม้ว่าสภาพอากาศของที่นี่ไม่เหมาะกับวิถีชีวิตของพวกมัน ก็ยังดึงดันจะอยู่!

หนึ่งในสมาชิกจำนวนมากของที่นี่คือหนูนานาพันธุ์ ซึ่งรวมตัวกันเป็นชมรมที่มีเรื่องเล่าหลังมื้อค่ำชวนติดตาม 
ทั้งวีรกรรมของหนูภูเขาไฟ หนูพิพิธภัณฑ์ หนูเรือนจำ หนูคอกม้า และความรุ่งเรืองสุดขีดของอาณาจักรหนู
ที่กลายเป็นสาธารณรัฐ มีนายกรัฐมนตรีหนูตัวแรกในประวัติศาสตร์ของพวกมัน

แล้ววันหนึ่งก็เกิดเหตุร้าย หนูปราสาทวิ่งมาขอความช่วยเหลือจากคุณหมอและผองเพื่อน
ให้ช่วยไปดับเพลิงที่กำลังจะคร่าชีวิตหนูตัวน้อยๆ ตั้งหลายตัว ทั้งหมดรีบรุดไปช่วย 
แต่นอกจากจะไม่ได้รับคำขอบคุณแล้ว ยังถูกเจ้าของปราสาทไล่ตะเพิดออกมา 
และข่มขู่อีกว่าจะแจ้งความจับฐานบุกรุก  เรื่องนี้ดูแปลกพิกล มีเงื่อนงำชวนฉงนตั้งหลายอย่าง 
แล้วการไขปริศนาในปราสาทเก่าแก่หลังนี้ก็เริ่มขึ้น!

หนา 248 หน้า ราคา 349 บาท
แถมฟรี โปสต์การ์ด 1 แผ่น และที่คั่น 2 แบบ



-------------------------------------------
นิยาย Doctor Dolittle Series มี 12 เล่ม
01. คุณหมอดูลิตเติ้ล The Story of Doctor Dolittle (ปี 1920)
02. คุณหมอดูลิตเติ้ลเผชิญภัย The Voyages of Doctor Dolittle (ปี 1922) 
03. ปณ.คุณหมอดูลิตเติ้ล Doctor Dolittle's Post Office (ปี 1923)
04. ละครสัตว์คุณหมอดูลิตเติ้ล Doctor Dolittle's Circus (ปี 1924)
05. สวนสัตว์คุณหมอดูลิตเติ้ล Doctor Dolittle's Zoo (ปี 1925)
06. Doctor Dolittle's Caravan (ปี 1926)
07. Doctor Dolittle's Garden (ปี 1927)
08. Doctor Dolittle in the Moon (ปี 1928)
09. Doctor Dolittle's Return (ปี 1933)
10. Doctor Dolittle and the Secret Lake (ปี 1948)
11. Doctor Dolittle and the Green Canary (ปี 1950)
12. Doctor Dolittle's Puddleby Adventures (ปี 1952)
-------------------------------------------

6. สองชายชาญแห่งเวโรน่า (The Two Gentlemen of Verona)

วิลเลียม เช็คสเปียร์ (William Shakespeare) : ประพันธ์
ศวา เวฬุวิวัฒนา : แปล
antizeptic : ออกแบบปก
ราคา 249 บาท

บทละครแนวสุขนาฏกรรม (Comedy) ของวิลเลียม เช็คสเปียร์ ว่าด้วยมิตรภาพและการแทงข้างหลัง 
ความรักและการนอกใจ รวมถึงความขัดแย้งและการให้อภัย ต้นแบบของตัวละครประเภท “เจ้าฮะ” 
(นางเอกปลอมเป็นผู้ชาย) ที่เรียกรอยยิ้มและสร้างความหรรษาให้แก่ผู้ชมในยุคที่ละครโทรทัศน์ภาคค่ำกำลังเฟื่องฟู

ชายหนุ่มสองสหายจากเวโรน่า #โพรเทียส กับ #วาเลนไทน์ เดินทางไปแสวงหาความก้าวหน้าในลาภยศสรรเสริญที่มิลาน 
ด้วยการฝากตัวรับสนองโองการของท่านดยุกซึ่งมีบุตรีโฉมงามนามว่า #ซิลเวีย ที่สองหนุ่มต่างตกหลุมรักนางจนเกิดการหักหลัง 
“ขายเพื่อน” กระทั่งอีกฝ่ายหนึ่งถูกเนรเทศออกจากเมืองไป จูเลีย สาวชาวเวโรน่าที่เป็นคนรักของโพรเทียส เมื่อเห็นชายหนุ่ม
หายหน้าไปนานโดยไม่ส่งข่าวคราวมาถึง จึงปลอมตัวเป็นผู้ชายเพื่อเดินทางบุกป่าฝ่าดงไปยังมิลาน ระหว่างทางต้องเผชิญกับโจรป่า
และได้พบกับความจริงชวนตะลึงตึ๊งตึ่ง กระทั่งร่างปลอม (หรืออาจจะเป็นหนวดปลอม?) ถึงคราวต้องถูกกระชากออกไป

อีกหนึ่งบทละครหรรษาของวิลเลียม เช็คสเปียร์ ผู้ขึ้นชื่อลือชาในแนวโศกนาฏกรรม (น้ำตาท่วมฉาก เลือดสาดเต็มเวที) 
จนผู้อ่านอาจคาดไม่ถึงว่าคุณปู่จะเขียนแนวตลกขบขันไว้ด้วย แล้วคุณจะรู้ว่าตัวละคร “เจ้าฮะ” นั้นมีมานานกว่า 400 ปีแล้ว!



=======================================================
ที่มา fb Reading101Fanclub

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น