แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Thailand Book Fair แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Thailand Book Fair แสดงบทความทั้งหมด

วันอังคารที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2566

[น้ำพุสำนักพิมพ์] "หนังสือใหม่" ในงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ครั้งที่ 51 @ บูธ J34 ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

น้ำพุรอทุกคนอยู่ที่บูธ J34 สัปดาห์หนังสือแห่งชาติครั้งที่ 51 วันที่ 30 มี.ค. - 9 เม.ย. 2566
- วันแรก 30 มี.ค. 2566 เวลา 17.00-24.00 น.
- 31 มี.ค. - 1 เม.ย. 2556 เวลา 10.00-24.00 น.
- 2-9 เม.ย. 2566 เวลา 10.00-21.00 น.
ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

=======================================================

1. ระยะทมิฬ Ballistic (Gray Man Series ลำดับที่ 3)

ผู้เขียน Mark Greaney
ผู้แปล วีรจิต กลัมพะสุต
จำนวนหน้า 432 หน้า
ราคา 380 บาท

ป่าอะเมซอนคือที่กบดานชั้นดีสำหรับนักฆ่า แต่ไม่ว่าจะซ่อนตัวลึกแค่ไหน พวกรัสเซียก็ยังตามกลิ่นมาเจอ
เกรย์แมน เลิกหนี ถึงเวลาออกจากป่ าไปเด็ดหัวนายใหญ่ของพวกมัน แต่เมื่อเพื่อนสนิทโดนระเบิดฉีกร่างเป็นชิ้น ๆ
ขณะโค่นแก๊งค้ายา เขาไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากเข้าไป ปกป้องครอบครัวของเพื่อนที่กำลังตกอยู่ในอันตราย
นั่นทำให้เขาติดร่างแหในสงครามระหว่างแก๊ง โหด เลว เถื่อน ไม่ต่างจากอสูรร้ายจากนรก ไร้ทางหนี ไร้ทางเลือก
แต่มีหนึ่งทางรอด เกรย์แมนต้องก้าวลึกเข้าไปในสมรภูมิเลือด ประชิดศัตรูจนหายใจรดต้นคอ แล้วประเคนความตายจ่อแสกหน้า



2. Project Hail Mary โปรเจกต์เฮลแมรี ภารกิจกู้สุริยะ

ผู้เขียน ANDY WEIR
ผู้แปล ธิดา จงนิรามัยสถิต
จำนวนหน้า 576 หน้า
ราคา 450 บาท

นิยายไซไฟสุดระทึกเล่มล่าสุดจากผู้เขียน The Martian และ Artemis

การันตีด้วยรางวัล Best Science Fiction ปี 2021 ของ Goodreads Choice Awards
และเป็นหนึ่งในหนังสือน่าอ่านปี 2021 ของบิลล์ เกตส์

ไรแลนด์ เกรซ เป็นผู้รอดชีวิตหนึ่งเดียวในภารกิจชี้ชะตาโลก หากล้มเหลว เผ่าพันธุ์มนุษย์และโลกจะถูกล้างบางจนหมดสิ้น
ทว่าตอนนี้เขาจำไม่ได้แม้แต่ชื่อตัวเอง นับประสาอะไรกับเรื่องภารกิจ สิ่งเดียวที่รู้คือเขาหลับใหลไปเนิ่นนาน
จนตื่นมาพบว่าตัวเองอยู่ไกลบ้านนับล้านไมล์ กับคนแปลกหน้าสองคนที่กลายเป็นศพ ขณะที่ความทรงจำค่อย ๆ หวนคืนมา
ไรแลนด์เริ่มตระหนักว่าภารกิจที่เขาต้องทำนั้นแทบไม่มีทางสำเร็จ และถ้าเขาพลาด นั่นหมายถึงการสูญพันธุ์ของมนุษยชาติ
เวลานับถอยหลังไม่หยุด เพื่อนร่วมทีมก็ตายไปหมดแล้ว ความช่วยเหลือที่ใกล้ที่สุดอยู่ห่างออกไปหลายปีแสง
เขาต้องหาวิธีหยุดยั้งหายนะโดยลำพัง... หรือมันอาจไม่ใช่อย่างที่เขาคิด?

พบกับการผจญภัยระหว่างดาวอันน่าตื่นตาตื่นใจ ซึ่งมีแต่แอนดี้ เวียร์เท่านั้นที่พาเราไปถึงได้
Project Hail Mary จะทำให้คุณทึ่งกับเรื่องราวเหนือจินตนาการ ได้ไม่แพ้ The Martian เลยทีเดียว



3. พินัยกรรมของแฟนเก่า 元彼の遺言状 Motokare no Yuigonjou (Reiko Kenmochi Series ลำดับที่ 1)

ผู้เขียน Hotate Shinkawa
ผู้แปล อิศเรศ ทองปัสโณว์
จำนวนหน้า 368 หน้า
ราคา 325 บาท

นิยายสืบสวนญี่ปุ่นที่มาแรงแซงทุกกระแสแบบไม่เกรงใจใคร
พล็อตเรื่องสุดปังจนได้รับรางวัล Kono Mystery ga Sugoi ครั้งที่ 19

เมื่อแฟนเก่าสมัยมหา’ลัยเสียชีวิตลงกะทันหัน
และประกาศยกมรดกหมื่นล้านให้แก่คนที่ฆ่าเขา
คุณจะใช้วิธีไหนคว้าเงินก้อนนี้มาครอง?

“ทรัพย์สมบัติทั้งหมดของข้าพเจ้า ขอยกให้แก่คนร้ายที่ฆ่าข้าพเจ้า”

เมื่ออดีตแฟนหนุ่มบ้านโคตรรวยเสียชีวิตลงกะทันหัน และทิ้งพินัยกรรมสุดพิสดารไว้ให้ดูต่างหน้า
เคมโมจิ เรโกะ ทนายความสุดสวยที่รวยความงก มีหรือจะต้านทานพลังเย้ายวนของเงินหมื่นล้านได้
เธอก็เลยร่วมมือกับหนึ่งใน “ว่าที่ฆาตกร” ซะเลย แต่บนเวทีแห่งการ “คัดสรร” ว่าใครคือฆาตกรตัวจริง
ท่ามกลางญาติสนิทมิตรสหายที่ล้วนกระหายจะเคลมมรดก กลับเต็มไปด้วยปริศนาและเงื่อนงำสุดแสนอีนุงตุงนัง
เรโกะจึงต้องสวมวิญญาณนักสืบและทำคดีด้วยตัวเอง... เพื่อไขปมปริศนาและแก้แค้น?...ซะที่ไหนกันล่ะ!!



4. เด็ก 6 (Six Wicked Child)

ผู้เขียน J. D. Barker
ผู้แปล อาสยา ฐกัดกุล
จำนวนหน้า 552 หน้า
ราคา 425 บาท

เล่มสุดท้ายจาก 4MK Series ผลงานมาสเตอร์พีซของ J. D. BARKER
นักเขียนชาวอเมริกันที่ติดอันดับขายดี New York Times และ International Bestseller

ประกอบด้วย 3 เล่ม
- ลิง 4 (The Fourth Monkey)
- ศพ 5 (The Fifth to Die)
- เด็ก 6 (The Sixth Wicked Child)

“ฉันเป็นคนชั่ว พ่อ...ยกโทษให้ด้วย”

หญิงสาวสองรายถูกพบเป็นศพในท่าสวดภาวนา พร้อมข้อความปริศนา... และกล่องบรรจุอวัยวะสามชิ้นของพวกเธอเอง
ทุกคนรู้ดีว่ามันคือ “เครื่องหมายการฆ่า” ของ “โฟร์มังกี” ฆาตกรต่อเนื่องที่ลอยนวลมาตลอดห้าปีเต็ม
ครั้งนี้โฟร์มังกีไม่เพียงหลบหนีการจับกุมไปได้ แต่ยังทิ้งรูปวัยเด็กที่ถ่ายคู่กับ นักสืบแซม พอร์เตอร์ เอาไว้ด้วย
เมื่อพอร์เตอร์สืบย้อนกลับไปยังวัยเด็กของคนร้าย เขาก็เจอเบาะแสสำคัญเกี่ยวกับ “เด็ก 6”
บุคคลปริศนาที่เป็นจุดเริ่มต้นความอำมหิตของโฟร์มังกี เมื่อมีเหยื่อรายใหม่โผล่มาพร้อมกล่องอวัยวะ
พอร์เตอร์รู้ทันทีว่าสิ่งที่เกิดขึ้นในอดีตกำลังถูกสานต่อ… และจะสิ้นสุดเมื่อผลงานแสนวิปลาสชิ้นสุดท้ายเสร็จสมบูรณ์แล้วเท่านั้น



5. ร่างวิกาล (The Shape of Night)

ผู้เขียน Tess Gerritsen
ผู้แปล นันทวัน เติมแสงสิริศักดิ์
จำนวนหน้า 296 หน้า
ราคา 265 หน้า

คฤหาสน์ริมทะเลหลังงามที่มีประวัติยาวนานนับศตวรรษ จู่ ๆ ก็ถูกปล่อยให้เช่าในราคาถูกเหลือเชื่อ
เอวา นักเขียนสาวจากบอสตันไม่ยอมพลาดโอกาส เธอตัดสินใจหอบหิ้วแมวตัวโปรดมาปิดต้นฉบับที่นี่
ณ สถานที่อันเงียบสงบแห่งนี้จะไม่มีใครมารบกวนเธออย่างแน่นอน แต่เมื่อตะวันตกดิน สิ่งต่าง ๆ กลับไม่เป็นอย่างที่คิด
เสียงกระซิบปริศนาที่ดังอยู่ในห้องนอน แมวของเธอขู่ฟ่อและจ้องเขม็งเหมือนเห็นอะไรบางอย่าง
และมี “ร่าง” ลึกลับจับจ้องมาจากความมืด ยิ่งเวลาผ่านไปร่างนั้นยิ่งเข้ามาใกล้เอวาทุกที ใกล้จนรู้สึกถึงลมหายใจ...
ใกล้จนสัมผัสได้ถึงกลิ่นความตาย มีอะไรอยู่ในบ้านหลังนี้กันแน่



6. A time to kill หลั่งเลือดพิพากษา (Jake Brigance Series ลำดับที่ 1)

ผู้เขียน John Grisham
ผู้แปล ไอริสา ชั้นศิริ
จำนวนหน้า 640 หน้า
ราคา 495 บาท

นิยายที่มีโครงเรื่องเกี่ยวกับกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม
พร้อมตีแผ่การทำงานของตัวละครเอกที่เป็นทนายอย่าง “เจค บริแกนซ์”
ผลงานคลาสสิกที่ขายดีต่อเนื่องยาวนานกว่า 30 ปี

วัยรุ่นขี้ยาผิวขาวสองคน ย่ำยีเด็กหญิงผิวดำวัยสิบขวบจนยับเยิน เลวทราม ต่ำช้า เหมือนไม่ใช่มนุษย์...
ชายผิวดำผู้เป็นพ่อของเด็กหญิง บุกยิงสองเดนนรกขณะอยู่ในศาล อัดอั้น เจ็บแค้น เกินจะบรรยาย...
ที่นี่คือมิสซิสซิปปี ดินแดนที่กฎหมายอยู่ในมือคนขาว คนดำที่ฆ่าคนขาวต้องรับโทษประหารสถานเดียว
เจค บริแกนซ์ ทนายความหนุ่มผิวขาวยื่นมือเข้ามาช่วย ท่ามกลางความขัดแย้งเรื่องสีผิวที่โหมกระหน่ำ
และอำนาจอันล้นเหลือของคู่ต่อสู้ ด้วยโอกาสชนะอันริบหรี่ เจคต้องทำทุกทางเพื่อช่วยลูกความ
แม้ว่ามันจะหมายถึงการเอาชีวิตตัวเองเข้าแลกก็ตาม



7. ร้านเครื่องเขียนสึบากิ (ยังคง) รับเขียนความรู้สึกของคนที่ไม่กล้าบอก キラキラ共和国 Kirakira Kyowakoku
(เล่มนี้เป็นภาคต่อของ ร้านเครื่องเขียนนั้นใต้ต้นสึบากิ Tsubaki Bungu-ten)

ผู้เขียน Ito Ogawa
ผู้แปล ฉัตรขวัญ อดิศัย
จำนวนหน้า 312 หน้า
ราคา 320 บาท

จดหมายจากเด็กชายตาบอด คำสารภาพรักจากคนเก็บตัว คำสั่งเสียถึงคนสำคัญ...
ฮาโตโกะ รับช่วงดูแลร้านเครื่องเขียนต่อจากยายมาได้สองปีแล้ว ร้านแห่งนี้รับเขียนแทนใจลูกค้าได้อย่างไม่ตกหล่น
และกลายเป็นพื้นที่สบายใจสำหรับผู้คนที่สับสน กลุ้มใจ และอ่อนล้า การดูแลร้านเครื่องเขียนสึบากิเป็นงานยุ่งเอาเรื่อง
แต่ฮาโตโกะก็มีความสุขดี อาจเป็นเพราะว่าได้เริ่มต้นครอบครัวเล็ก ๆ ของตัวเอง ทว่า...ฮาโตโกะเองก็มีสิ่งที่ไม่กล้าบอกใครเช่นกัน
และบางครั้งมันก็ทำให้หัวใจหนักอึ้ง คงถึงเวลาที่เธอต้องปลดปล่อยความกลัดกลุ้มออกมาบ้างแล้ว
จากที่เคยเขียนตามสั่ง คราวนี้ต้องเขียนตามใจตัวเองเป็นครั้งแรก คุณคิดว่าฮาโตโกะจะเขียนข้อความแบบไหน? และใครคือผู้รับกันนะ?



8 ปรากฏการณ์ฆ่า Blue Moon (Jack Reacher Series ลำดับที่ 24)

ผู้เขียน Lee Child
ผู้แปล โรจนา นาเจริญ
จำนวนหน้า 352 หน้า
ราคา 258 บาท

แจ๊ค รีชเชอร์ บุกป่าฝ่าดงมาแล้วทั่วโลก ชีวิตไม่เคยผิดแผน ภารกิจไม่เคยผิดพลาด
แต่การแวะเมืองเล็ก ๆ ในรัฐมิสซิสซิปปีแค่ไม่กี่วัน กลับทำให้เขาไม่มีวันลืม...

การเดินทางที่มาพร้อมกับความซวย!

จากจุดเริ่มต้นเล็ก ๆ ที่เข้าไปช่วยชายชราที่กำลังโดนปล้น จนเข้าไปพัวพันกับแก๊งมาเฟียปล่อยเงินกู้สุดโหด
และสงครามเดือดระหว่างแก๊งคู่อริ หายนะที่คาดไม่ถึงมาเยือนระลอกแล้วระลอกเล่าจนรีชเชอร์แทบจะกุมขมับ
แต่รีชเชอร์ก็ยังคงเป็นรีชเชอร์วันยังค่ำ ไม่ว่าจะเคราะห์ซ้ำกรรมซัดแค่ไหน แค่ทำใจยอมรับ...แล้วกวาดพวกมันลงนรกไปให้หมด!!



9. ร้านซัก สืบ รีด ของแพกอึนโจ 세련되게 해결해 드립니다, 백조 세탁소

ผู้เขียน อีแจอิน
ผู้แปล วนิดา คราวเหมาะ
จำนวนหน้า 368 หน้า
ราคา 325 บาท

นิยาย Cozy Mystery ที่จะพาคุณไปไขปริศนาโดยมีเมืองท่าอันสวยงามของเกาหลีเป็นฉากหลัง

“แพกอึนโจ” สาวมั่นผู้ช่างสังเกต รอบรู้เรื่องแฟชั่น ฝันจะเป็นดีไซเนอร์ แต่โชคชะตาดันเล่นตลก มหาวิทยาลัยในโซลปิดตัวลง
เธอจำต้องกลับมาดูแลร้านซักรีดของครอบครัวที่เมืองท่าเล็ก ๆ แต่ละวันก็แยกเสื้อผ้า ซัก อบ รีดวนไป
ไหนจะต้องรับมือกับคุณป้าแก๊งสามเกลอจอมนินทา แถมเกือบมีเรื่องมีราวกับตำรวจหนุ่มมาดกวนจากโซล
เฮ้อ...จบกันชีวิตดีไซเนอร์! ขณะเฝ้ามองผู้คนผ่านประตูหน้าร้านอย่างเบื่อหน่าย อึนโจก็พบความไม่ปกติในละแวกบ้าน...
ยูทูบเบอร์ชื่อดังหายตัวไปอย่างลึกลับ สาวนิรนามมาทำลับ ๆ ล่อ ๆ หน้าร้านตอนตีห้า คุณยายเก็บกระดาษเก่าโดนลักพาตัว
ตำรวจมืดแปดด้าน แต่สายตาเฉียบคมดุจเครื่องสแกนของแพกอึนโจ กลับเห็นเงื่อนงำที่ใครบางคนซุกซ่อนไว้ อย่าคิดว่าจะรอด!
คนอย่างแพกอึนโจจะมีร้านซักรีดธรรมดา ๆ ได้ยังไง จริงไหมล่ะ “ร้านซัก สืบ รีด” เปิดให้บริการแล้ว



=======================================================



=======================================================
ที่มา fb numpupublishing

[Prism] "หนังสือใหม่" ในงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ครั้งที่ 51 @ บูธ D48 ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

Prism Publishing อยู่ที่บูธ Amarin Publishing D48 (บูธร้านนายอินทร์) ในงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ครั้งที่ 51
และสัปดาห์หนังสือนานาชาติ ครั้งที่ 21 ระหว่างวันที่ 30 มีนาคม – 9 เมษายน 2566 ณ ฮอลล์ 5-7 ชั้น LG ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์



=======================================================

1. ปริศนาหน้ากากทั้งเจ็ด 七つの仮面 Nanatsu no Kamen (คินดะอิจิยอดนักสืบ | เล่มใหม่ ยังไม่เคยพิมพ์ในไทย)

ผู้เขียน Seishi Yokomizo
ผู้แปล ชมนาด ศีติสาร
ราคาปก 275 บาท

พิเศษ! สำหรับแฟนๆ นักอ่านที่ซื้อฉบับพิมพ์ครั้งที่ 1 รับโปสการ์ด 1 แผ่นแทรกในเล่ม

เรื่องสั้นเรื่องแรก หน้ากากเจ็ดอัน คือเรื่องราวของ มิสะ หญิงสาวแสนสวยที่หนุ่มๆ ต่างหมายปอง เธอถูกขนานนามจากชายหนุ่มว่า
นักบุญมาแต่ไหนแต่ไร เธอพบกับ มันโซ ประติมากรชื่อดังที่ชอบงานปั้นเป็นชีวิตจิตใจ มันโซขอให้มิสะมาเป็นนางแบบให้เขา
เพื่อทางานศิลปะที่แสนสวยงามชิ้นหนึ่ง แต่แล้วในวันหนึ่ง ก็เกิดเรื่องราวคาดไม่ถึง รูปปั้นของมิสะ ที่มันโซสร้างขึ้น
กลายมาเป็นเรื่องราวที่คินดะอิจิต้องร่วมไขปริศนา และเรื่องราวอื่นๆ อีกหกเรื่อง เรือนแมว, ปลิงตัวเมีย, ผู้หญิงในนาฬิกาแดด,
จดหมายสารภาพผิดของคนวิปริต, มนุษย์ค้างคาวและบ้านพักเรือนกุหลาบ ที่ยังคงความเข้มข้นในทุกเรื่อง

ส่งท้ายจากนักเขียน
 “นี่เป็นอุบายขั้นพื้นฐานที่สุดของฆาตกรรมในห้องปิดตาย ที่นิยมใช้กันมากในนิยายสืบสวนของต่างประเทศ
บางทีคนร้ายในคดีนี้อาจอ่านนิยายสืบสวนทำนองนั้นมาก็ได้นะครับ” โยโคมิโซะ เซชิ



2. คริสต์มาสซาตาน 悪魔の降誕祭 Akuma no Kotansai (คินดะอิจิยอดนักสืบ | เล่มนี้เคยพิมพ์ในไทยโดย JBOOK)

ผู้เขียน Seishi Yokomizo
ผู้แปล บุษบา บรรจงมณี
ราคาปก 275 บาท

พิเศษ! สำหรับแฟนๆ นักอ่านที่ซื้อฉบับพิมพ์ครั้งที่ 1 รับโปสการ์ด 1 แผ่นแทรกในเล่ม

พบกับสามเรื่องสั้นสุดระทึกขวัญในเล่ม
- คริสต์มาสซาตาน ฆาตกรย่ามใจหาญกล้ามาก่อเหตุฆาตกรรมถึงในห้องพักของคินดะอิจิ ทำให้นักสืบต้องออกมาสืบคดี
- ปีศาจสาว อีกครั้งที่นักสืบหนุ่มได้ทำคดีที่เกี่ยวข้องกับหญิงสาวที่เขาหลงรักอย่างหัวปักหัวปำ
- บ้านพักในสายหมอก เริ่มต้นจากการที่นักสืบหนุ่มถูกคนร้ายท้าทายความสามารถพวกเขา จนถึงขนาดสามารถหลอกนักสืบได้สำเร็จ

การกลับมาของนักสืบบุคลิกพิลึก นามว่า "คินดะอิจิ โคสุเกะ" นักสืบเอกชน ผู้มีเอกลักษณ์ประจำตัวอันแสนโดดเด่นคือ
มฟูเหมือนรังนก ชอบสวมใส่แต่เสื้อผ้าแบบญี่ปุ่นย้อนยุค และเมื่อมีเรื่องให้ต้องตื่นเต้นทีไรตัวเขามักพูดจาติดอ่างอยู่เสมอ
ถึงอย่างไรตัวของคินดะอิจิเอง ก็เป็นนักสืบมากความสามารถ ที่เพียบพร้อมทั้งไหวพริบ โชค และลางสังหรณ์ ที่ไม่ว่าคดีจะยุ่งยากเพียงใด
เขาก็มักจะแก้ไขได้เสมอ แต่มาคราวนี้เขาต้องพบกับคดีฆาตกรรมสุดซับซ้อนจนอาจมองไม่เห็นหนทางที่จะคลี่คลายคดีลงได้!



3. คดีฆาตกรรมปริศนากับนกฟลามิงโก 홍학의 자리 [นิยายเกาหลี]

ผู้เขียน ชองแฮยอน เขียน
ผู้แปล มินตรา อินทรารัตน์
ราคาปก 365 บาท

พิเศษ! สำหรับแฟนๆ นักอ่านที่ซื้อฉบับพิมพ์ครั้งที่ 1 รับที่คั่นไดคัต 2 ชิ้นแทรกในเล่ม

จุนฮู คุณครูวัยสี่สิบห้าปีย้ายมาเป็นครูที่โรงเรียนใหม่ และลอบมีความสัมพันธ์กับ “ดาฮย็อน” นักเรียนคนหนึ่งในชั้นเรียนของตัวเอง
แต่แล้ววันหนึ่ง ดาฮย็อนก็ถูกฆ่าตายทำให้จุนฮูต้องปกปิดความตายของดาฮย็อนเอาไว้เป็นความลับ… .
เรื่องราวการตายของดาฮย็อนจะถูกปิดเป็นความลับได้นานแค่ไหน นานพอที่จะทำให้จุนฮูตามหาตัวฆาตกรเจอหรือไม่

ผลงานจากผู้เขียน เดอะเฮเวน คาเฟ่สำหรับผู้ที่โหยหาความตาย นักเขียนที่ตีแผ่สังคมเกาหลีได้อย่างลุ่มลึกและเผ็ดร้อน!



4. คดีฆาตกรรมในคฤหาสน์หน้ากากมหัศจรรย์ 奇面館の殺人 Kimenkan no Satsujin สองเล่มจบ (นิยายชุด คฤหาสน์ฆาตกรรม ลำดับที่ 9)

ผู้เขียน Yukito Ayatsuji
ผู้แปล ฉวีวงศ์ อัศวเสนา
ราคาชุดละ 550 บาท

เรื่องราวของเจ้าของคฤหาสน์ กับแขกรับเชิญที่ได้รับการ์ดเชิญให้มายังคฤหาสน์หลังนี้
ซึ่งในแต่ละปี ณ สถานที่แห่งนี้มักจะมีการจัดงานชุมนุมเล็กๆ ขึ้น โดยมีกฎว่าแขกทุกคนในงานต้องสวมหน้ากาก
เพื่อทำกิจกรรมบางอย่างที่จะเกิดขึ้นในคฤหาสน์เป็นเวลาหนึ่งวันสองคืน แต่แล้วก็เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันบางอย่างขึ้น
เหตุการณ์ที่ทำให้ทุกคนในคฤหาสน์ต้องหวาดระแวงและหวาดกลัว ภายใต้ใบหน้าที่ถูกปิดปังด้วยหน้ากากอยู่นั้น ใครกันคือฆาตกร!

พิเศษ! สำหรับแฟนๆ นักอ่านที่ซื้อฉบับพิมพ์ครั้งที่ 1 รับที่คั่นไดคัต 2 ชิ้น และโปสต์การ์ด 2 แผ่น แทรกในเล่ม



5. ณ สถานีรถไฟโตเกียวอุเอโนะ JR上野駅公園口 JR Ueno-Eki Koenguchi

ผู้เขียน Yu Miri
ผู้แปล ธนพล ศักดิ์สมุทรานันท์
ราคาปก 255 บาท

ณ สถานีรถไฟโตเกียวอุเอโนะ สะท้อนภาพสังคมอีกแง่หนึ่งของประเทศญี่ปุ่น

เรื่องราวเริ่มต้นเมื่อคาสุต้องระหกระเหินจากต่างจังหวัดเข้าสู่เมืองหลวงของประเทศเพื่อหาค่าเลี้ยงดูครอบครัว
ด้วยการเป็นคนงานก่อสร้างสิ่งอำนวยความสะดวกด้านกีฬาสำหรับการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกที่โตเกียวปี 1964
หลังจากการแข่งขันกีฬาสิ้นสุดลง เขาก็ถูกย้ายไปทำงานที่ไซต์ก่อสร้างต้องอาศัยสวนสาธารณะอุเอโนะต่างบ้าน
ซึ่งที่นี่มีคนไร้บ้านอาศัยอยู่มากมาย เมื่อกีฬาโอลิมปิกปี 2020 กำลังจะกลับมาอีกครั้ง รัฐก็กวาดต้อนคนไร้บ้าน
ให้ออกไปจาก "บ้าน" ของพวกเขาเพื่อให้ญี่ปุ่นชนะการคัดเลือกเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก...

นิยายเรื่องนี้ชี้ให้เห็นถึงความเหลื่อมล้ำและความไร้สิทธิความเป็นคน
ส่งผลให้คนคนหนึ่งหรือใครอีกหลายคนมีบาดแผลในใจมาตลอด
ว่าเขาหรือเธอเป็นคนอับโชคเสมอมา และจะเป็นอย่างนี้ต่อไปจนวันสุดท้าย

พิเศษ! สำหรับแฟนๆ นักอ่านที่สั่งซื้อพิมพ์ครั้งที่ 1 รับโปสต์การ์ด 1 แผ่น แทรกในเล่ม



6. ฆาตกรมนุษย์กบกับศพปริศนา 連続殺人鬼カエル男 Renzoku Satsujinki Kaeru Otoko

ผู้เขียน Shichiri Nakayama
ผู้แปล ทินภาส พาหะนิชย์
ราคาปก 375 บาท

ศพเปลือยของหญิงสาวถูกตะขอเกี่ยวห้อยลงมาที่ชั้นสิบสามในอพาร์ตเมนต์หรู
มีลายมือที่เหมือนเด็กเขียนไว้ใจความว่า
วันนี้จับกบได้แล้ว
เอาใส่กล่องเล่นโน่น
เล่นนี่ แต่ชักเบื่อแล้ว
นึกขึ้นได้ ทำให้เป็นหนอน
ปลอกดีกว่า เอาเข็มเกี่ยว
ปากไปแขวนไว้บนที่สูงสูงดีกว่า

นี่เป็นความโหดร้ายครั้งแรกที่กระทำโดยฆาตกร "มนุษย์กบ"
ซึ่งทำให้ชาวบ้านละแวกนั้นตกอยู่ในวังวนแห่งความหวาดกลัวและความสับสน

ในขณะที่การสืบสวนของตำรวจไม่คืบหน้า
การฆาตกรรมครั้งที่สองและสามก็เกิดขึ้น สร้างความตื่นตระหนกไปทั่วเมือง

ตัวตนที่แท้จริงของมนุษย์กบที่ยังคงฆ่าอย่างต่อเนื่องและแปลกประหลาดขึ้นทุกทีคือใคร
และตำรวจจะหยุดยั้งฆาตกรต่อเนื่องคนนี้ได้หรือไม่ นี่คือนิยายที่คุณละสายตาไม่ได้แม้แต่บรรทัดเดียว



=======================================================

เหมาหมด ราคาเต็ม 2,095 บาท ลด 20% เหลือเพียง 1,676 บาท
รับฟรี! กระเป๋าผ้า Prism ใส่หนังสือกลับบ้านไปแบบเท่ๆ


หนังสือทั้ง 6 เล่มประกอบด้วย
- ฆาตกรมนุษย์กบกับศพปริศนา
- ปริศนาหน้ากากทั้งเจ็ด
- คริสต์มาสซาตาน
- คดีฆาตกรรมปริศนากับนกฟลามิงโก
- คดีฆาตกรรมในคฤหาสน์หน้ากากมหัศจรรย์ (แพ็คชุด)
- ณ สถานีโตเกียวอุเอะโนะ

*สามารถซื้อเล่มซ้ำกันได้ แค่ครบ 6 เล่ม ก็ได้รับกระเป๋าไปเลย



=======================================================
ที่มา fb PrismPublishing23

วันจันทร์ที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2566

[Bibli] "หนังสือใหม่" ในงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ครั้งที่ 51 @ บูธ I15 ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

มาเจอกันนะในงานสัปดาห์หนังสือ ครั้งที่ 51 บูธ i15 (โซนหนังสือทั่วไป)
วันที่ 30 มีนาคม - 9 เมษายน 2566 ที่ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

รูปภาพ

=======================================================

1. แม่มดกิกิผจญภัย เล่ม 3 ตอน กิกิกับแม่มดปริศนา
魔女の宅急便その3キキともうひとりの魔女
Majo no Takkyubin 3: Kiki to mou Hitori no Majo (นิยาย)


พบกับภาคต่อของนวนิยายที่ทุกคนรอคอย แม่มดกิกิผจญภัย ในช่วงเวลาที่ก้าวกระโดดไปอีกนิด เป็นตอนที่กิกิอายุสิบหกปี
กิจการไปรษณีย์ด่วนแม่มดยังคงดำเนินไปด้วยดี แม่มดน้อยจากต่างเมืองคนนี้ยังคงได้รับความไว้วางใจจากชาวเมืองโคริโกะ
กิกิกับจิจิช่วยกันจัดส่งข้าวของด้วยกันอย่างขยันขันแข็ง และมีอีกสองงานเพิ่มขึ้นมา คือ ปลูกพืชสมุนไพร และปรุงยาสมุนไพรแก้จาม

ทุกอย่างดำเนินไปอย่างสงบสุขพอควร การเป็นแม่มดหนึ่งเดียวในเมืองที่ตัวเองตกหลุมรัก
และได้ใช้พลังเวทมนตร์เท่าที่มีทำประโยชน์ให้คนอื่นที่ให้กิกิรู้สึกภูมิใจในตัวเอง มั่นใจว่าตัวเอง
“จำเป็น” ต่อเมืองโคริโกะ กระทั่ง “เกะเกะ” เด็กหญิงผู้มีที่มาที่ไปเป็นปริศนาปรากฎตัวขึ้น
และดูเหมือนว่าเกะเกะจงใจเดินตามรอยกิกิและทำตัวเป็นคู่แข่งกับกิกิขึ้นมา
ใบขณะเดียวกับชาวเมืองก็เหมือนจะชื่นชอบและยอมรับในตัวเกะเกะขึ้นเรื่อยๆ
ทำให้กิกิที่เคยใช้ชีวิตด้วยความร่าเริงสนุกสนานทุกวันคล้ายจะหายไป
เธอยังจำเป็นต่อเมืองนี้อีกไหม ? กิกิเริ่มไม่มั่นใจแล้ว

รูปภาพ

2. แมวปริศนากับใบไม้แห่งคำทำนาย 猫のお告げは樹の下で Neko no Otsuge wa Kinoshitade (นิยาย)

เรื่องราวของผู้คนทั้ง 7 ที่จะพาคุณไปสำรวจสิ่งที่ทำหล่นหายขณะกำลังเดินไปบนเส้นทางชีวิต
นิยายเรื่องเยี่ยมที่เปี่ยมไปด้วยความตื้นตันและชวนให้รู้สึกอบอุ่นหัวใจ

ผู้คนที่มีปมปัญหาชีวิตทั้ง 7 คน ได้เดินทางเข้าไปยังศาลเจ้าแห่งหนึ่งซึ่งเต็มไปด้วยแมกไม้
พวกเขาได้พบกับ “มิกุจิ” แมวสองสีขาวดำที่มีลายรูปดาวสีขาวตรงสะโพก เมื่อใดที่ “มิกุจิ”
แปะขาหน้าของตนลงไปที่ “ต้นทาราโย” จะมีใบไม้ร่วงหล่นลงมา บนใบไม้ใบนั้นปรากฎ
ข้อความบางอย่างที่มีเพียงพวกเขาเท่านั้นจะได้เห็น และเมื่อมีใครหยิบใบไม้ขึ้นมาดู
เจ้าแมวมิกุจิก็จะวิ่งจากไป เจ้าอาวาสที่ศาลเจ้าแห่งนั้นบอกเอาไว้ว่า ถ้อยความนั้นคือ
“คำพยากรณ์” แต่นั่นก็เป็นเพียงคำบอกใบ้เพื่อไปให้ถึงคำตอบที่แท้จริง
ที่พวกเขาทุกคนจะต้องตามหาด้วยตัวเองต่อไป

หนังสือเล่มนี้เหมาะอย่างยิ่งหากชีวิตของคุณกำลังหลงทาง และต้องการใครบางคนมาให้คำทำนายทายทัก
ไม่ว่าคำพยากรณ์หรืออนาคตที่จะได้พบเจอนั้นดีหรือร้าย สำคัญคือความหวังบางประการยังคงผลิบานอยู่เสมอใต้ต้นทาราโยต้นนี้

รูปภาพ

3. บ้านพักใจโอบไออุ่นทะเล エミリの小さな包丁 Emiri no Chiisana Hocho (นิยาย)

…ชีวิตมีจังหวะที่เหมาะสมของมันเสมอ สิ่งสำคัญคือเราต้องไม่ลืมว่า ตัวตนของเรามีคุณค่าโดยไม่ต้องรอให้ใครมาตัดสิน

ในช่วงเวลาที่หัวใจกำลังสับสนอย่างหนัก หลังจากสูญเสียทั้งงาน เงิน
และคนรัก เอมิริ หญิงสาววัย 25 ก็ตัดสินใจหนี พร้อมหอบหิ้วหัวใจอันบอบช้ำมุ่งสู่บ้านของคุณตา
ที่อาศัยอยู่ตามลำพักกับสุนัขชราพันธุ์ชิบะที่ทัตสึอุระหมู่บ้านชาวประมงอันห่างไกล
ขณะที่อยู่บ้านของคุณตาผู้มีอาชีพทำกระดิ่งลม คุณตาสอนให้เอมิริทำสิ่งต่างๆ ทั้งตกปลา
ทำอาหาร กระทั่งลับมีดทำครัวเล่มเล็กเก่าๆ ที่คุณตาใช้แล่ปลาเสมอ

ทว่ากิจวัตรประจำวันแสนธรรมดาที่เรามักหลงลืมความหมายของมันไป กลับช่วยขัดเกลาให้เอมิริกลายเป็นคนใหม่
และหัวใจก็ได้รับการเยียวยาอย่างคาดไม่ถึง เรื่องราวการเติบโตและการเริ่มต้นใหม่ในเมืองริมทะเลของหญิงสาวคนหนึ่ง
ที่พยายามเรียนรู้ เข้มแข็ง​ ยอมรับบาดแผลจากอดีต และก้าวต่อไปข้างหน้า โดยมีคุณตาและคนรอบข้างคอยซัพพอร์ต
พร้อมด้วยเมนูอุ่นๆ จากครอบครัวที่ช่วยรักษาบาดแผลในหัวใจ

หากคุณหลงรักหนังสือแห่งการเริ่มต้นชีวิตใหม่ อย่าง “ฉันจะไม่ลืมร้านหนังสือโมริซากิ” ก็ไม่ควรพลาดเล่มนี้ด้วยประการทั้งปวง

รูปภาพ

4. #ถึงเวลาเล่าความจริง #真相をお話しします#Shinso wo Ohanashi Shimasu (นิยาย)

ในชีวิตประจำวันธรรมดา คุณมองเห็นความผิดปกติอะไรหรือไม่ ?
ในบรรดาผู้คนที่รู้จัก คุณจะรู้ได้อย่างไรว่าพวกเขามิได้วิกลจริต ?
เรื่องราวที่เห็นอยู่ตรงหน้า คุณแยกออกจริงๆ หรือว่า เรื่องไหนจริง เรื่องไหนหลอน ?

…หลายคนคงคุ้นเคยกับสำนวน “ยอดภูเขาน้ำแข็ง” ที่มีความหมายว่าสิ่งที่เราเห็นนั้น
เป็นเพียงส่วนหนึ่งของเรื่องราวที่แท้จริงทั้งหมด หากเราได้ลองไล่เรียงจากปลายเหตุไปยังต้นสาย
อาจจะพบกับความที่ไม่คาดคิด ความจริงที่ใหญ่โต ลึกซึ้งกว่าแค่ดวงตามอง

ยูกิ ชินอิจิโร ก็ใช้วิธีการเขียนเช่นนี้ เขาตั้งต้นเรื่องราวจาก “ตอนนี้” แล้วย้อนไปถึงที่มาที่ไปของเหตุการณ์
พอเล่ามาถึงจุดปัจจุบันก็จับผู้อ่านโยนลงหุบเหวแห่งความเป็นจริงอันน่าตื่นตะลึงโดยไม่ให้เราหยุดพัก…

ปรากฏการณ์ที่ในมุมหนึ่งก็น่าอัศจรรย์ แต่หากมองอีกมุมก็อาจจะน่ากลัวเกินจินตนาการ
แล้วคุณล่ะ ? “มองเห็น” ความจริงอันผิดเพี้ยน ที่ซุกซ่อนอยู่ในชีวิตประจำวันที่แสนปกติธรรมดาหรือเปล่า

ผลงานรวมเรื่องสั้นแนวลึกลับระทึกขวัญ 5 เรื่อง โดย ยูกิ ชินอิจิโร
นักเขียนผู้ได้รับการขนานนามว่าเป็น ‘ดาวรุ่งดวงใหม่แห่งวงการนิยายสืบสวนญี่ปุ่น’
ยอดขายทะลุ 200,000 เล่ม และได้รับความสนใจจากสื่อทั่วประเทศ
ไม่ว่าจะเป็นรายการโทรทัศน์ หนังสือพิมพ์ รายการวิทยุ และโซเชียลมีเดีย

รูปภาพ

5. ร้านกล่องดนตรีที่เสียงเพลงไม่เคยหลับใหล ありえないほどうるさいオルゴール店 Arienai Hodo Urusai Orugoru-ten (นิยาย)

ณ ร้านขายกล่องดนตรีในเมืองเล็ก ๆ แห่งหนึ่ง เจ้าของร้านหนุ่มมักเชิญชวนให้ลูกค้าลองฟังบทเพลงจากกล่องดนตรีที่วางโชว์ไว้
หากสนใจก็สามารถสั่งผลิตโดยเลือกส่วนประกอบเองได้ทุกอย่างตั้งแต่กลไกด้านในไปจนถึงการตกแต่งด้านนอก
และสิ่งสำคัญคือบทเพลงที่บรรเลง ลูกค้าจะเลือกเป็นเพลงทั่วไปหรือสั่งผลิตเพลงพิเศษก็ได้ หากเลือกไม่ได้ก็ไม่ต้องกังวล
เพราะเจ้าของร้านที่มีฝีมือหูดีสามารถช่วยแนะนำดนตรีที่เหมาะสมให้ เป็นเสียงเพลงที่เขาได้ยินมันบรรเลงอยู่ในหัวใจของลูกค้า
นอกจากจะได้เป็นเจ้าของกล่องดนตรีที่มีเพียงชิ้นเดียวในโลกแล้ว ลูกค้าจะได้ฟังเสียงเพลงแห่งความทรงจำของตนอีกครั้ง
ลูกค้าทั้ง 7 คน ที่แวะเวียนมาเพื่อสั่งทำกล่องดนตรีชิ้นพิเศษ บอกเราให้รับรู้ 7 เรื่องราวที่แต่ละคนกำลังเผชิญ
และได้ฟัง 7 บทเพลงที่ช่วยเยียวยาพวกเขา หากบทเพลงเปรียบเสมือนดนตรีประกอบเหตุการณ์สำคัญในช่วงเวลาต่างๆ
แล้วบทเพลงแห่งชีวิตของคนเหล่านั้นจะเป็นเพลงแบบไหนกันนะ เพลงที่เพียงได้ยินโน้ตตัวแรกก็เรียกความทรงจำอันล้ำค่าให้พร่างพรูออกมา
เพียงถือกล่องดนตรีไว้ในมือ หัวใจของพวกเขาก็รู้สึกอบอุ่นและมีความหวังอีกครั้ง เพลงบางเพลงช่วยย้ำเตือนให้เราหวนนึกถึงสิ่งสำคัญ
ปลดปล่อยความทุกข์และความกังวล นี่คือเรื่องราวที่จะพาคุณไปสัมผัสมนตร์วิเศษของเสียงดนตรีที่ถ่ายทอด “ความรู้สึก”
ได้ละเมียดละไมกว่าคำพูด หากคุณชื่นชอบเรื่องสั้นเกี่ยวกับความสัมพันธ์ที่มีบทสรุปที่คาดไม่ถึง
เราอยากให้คุณลองแวะมาที่‘ร้านกล่องดนตรีที่เสียงเพลงไม่เคยหลับใหล’ สักครั้ง

รูปภาพ

6. ฉันจะไม่ลืมร้านหนังสือโมริซากิ 森崎書店の日々Morisaki Shoten no Hibi (นิยาย)

“ทาคาโกะ” หญิงสาววัยยี่สิบเพิ่งเลิกรากับคนรักและต้องลาออกจากงานกะทันหัน เธอกำลังอยู่ในช่วงชีวิตหดหู่ไร้เรี่ยวแรง
กระทั่งได้รับการติดต่อจากน้าชายที่ไม่ได้พบหน้ากันมาเป็นสิบปี เขาบอกให้เธอไปช่วยงานที่ “ร้านหนังสือโมริซากิ”
ซึ่งเป็นร้านที่ตกทอดสืบต่อกันมาตั้งแต่สมัยตาทวด สิ่งที่ทาคาโกะสัมผัสได้เป็นอย่างแรกเมื่อเหยียบย่างเข้าไปในร้าน
ซึ่งอัดแน่นไปด้วยหนังสือกว่า 6 พันเล่ม คือ กลิ่นอับของหนังสือเก่าที่โชยมาเตะจมูก เธอพักอาศัยภายในห้องรกๆ
บนชั้นสองของร้านและตั้งใจว่าจะอยู่เพียงชั่วคราว ความสัมพันธ์ระหว่างคนขายและคนซื้อหนังสือที่เป็นนักอ่านเหมือนกัน
เมื่อทาคาโกะได้เริ่มสนิทสนมกับผู้คนก็ได้รับรู้เรื่องราวของพวกเขาทีละน้อย นอกจากจะได้รับคำแนะนำแล้ว
ยังมีความเอื้ออาทรเป็นห่วงเป็นใยจากคนเหล่านั้นที่ช่วยเยียวยาจิตใจของทาคาโกะให้เธอกล้าเริ่มต้นชีวิตใหม่อีกครั้ง

“ถ้าไม่ได้ไปที่ร้านนั้น อนาคตต่อจากนี้คงใช้ชีวิตอย่างเลื่อนลอยไปตลอด ที่นั่นมีแต่หนังสือก็จริง
แต่ก็ทำให้ได้เจอคนหลากหลาย ได้เรียนรู้มากมาย ในที่สุดก็รู้แล้วว่าอะไรคือสิ่งสำคัญสำหรับตัวเอง..”

รูปภาพ

7. ชายมหัศจรรย์ผู้ทำให้โลกรู้จักจิบลิ
Sharing a House with the Never-Ending Man: 15 Years at Studio Ghibli

คงมีน้อยคนที่ไม่เคยได้ยินชื่อ “สตูดิโอจิบลิ”
สตูดิโอผลิตภาพยนตร์แอนิเมชันสัญชาติญี่ปุ่นที่ประสบความสำเร็จและมีชื่อเสียงมากที่สุดแห่งหนึ่งในโลก

ทว่า อาจมีไม่กี่คนที่ทราบว่า มีชายชาวอเมริกันคนหนึ่งเป็นโต้โผในการทำให้ภาพยนตร์ของจิบลิออกมาโลดแล่นนอกประเทศญี่ปุ่น
และมีแฟนคลับอยู่ทั่วทุกมุมโลกอย่างทุกวันนี้ ใครคนนั้นก็คือ สตีฟ อัลเพิร์ต ผู้บริหารระดับสูงของสตูดิโอจิบลิ
มีบทบาทสำคัญในช่วงที่ภาพยนตร์จิบลิเริ่มขายลิขสิทธิ์ในต่างแดน สตีฟจะถ่ายทอดเรื่องราวการทำงานของเขาในฐานะ ‘ไกจิน’
หรือชาวต่างชาติคนในบริษัทแห่งนี้ จากตลอดระยะเวลาสิบห้าปีที่อยู่กับจิบลิ ออกมาให้เราทุกคนได้ทำความรู้จักสตูดิโอจิบลิมากขึ้น

หนังสือ “ชายมหัศจรรย์ผู้ทำให้โลกรู้จักจิบลิ” จะว่าเป็นอัตชีวประวัติแนวธุรกิจก็ใช่
จะว่าเป็นเรื่องเล่าที่สนุกสนาน แทรกมุกตลกก็ใช่ และอีกด้านสำคัญคือ การอธิบายถึงวัฒนธรรมการทำงานแบบญี่ปุ่นอย่างถึงพริกถึงขิง
ผ่านมุมมองของคนต่างชาติที่ต้องปรับตัว รับมือกับสถานการณ์เฉพาะหน้าต่างๆ อัลเพิร์ตจะพาผู้อ่านร่วมทริปท่องไปในโลกการทำงานของจิบลิ ,
อยู่กับเขาในขณะที่เขาแบกม้วนฟิล์มภาพยนตร์ขนาดใหญ่ขึ้นเครื่องบินไปแคลิฟอร์เนีย , นั่งข้างๆ เขาในตอนที่โดน ฮาร์วีย์ ไวน์สตีน ตะโกนใส่ ,
รับมือกับเหล่านักการตลาดของดิสนีย์ และร่วมในงานประกาศรางวัลออสการ์ที่ภาพยนตร์เรื่อง Spirited Away คว้ามาได้

ขอเชิญคุณก้าวเข้าสู่โลกของสตูดิโอจิบลิไปพร้อมๆ กันกับเรา

รูปภาพ

8. ขอให้วัยเยาว์ของเราเป็นนิรันดร์ The Perks of being a Wallflower (นิยาย)

"ดอกวอลล์ฟลาวเวอร์" หรือดอกไม้เล็ก ๆ ที่ขึ้นอยู่ตามริมทาง ไม่ได้สวยโดดเด่นหรือส่งกลิ่นหอมเหนือใคร
คือสิ่งที่ใช้เปรียบเปรยกับคนที่มีลักษณะดังที่กล่าวข้างต้น ในนิยายเล่มนี้ ดอกไม้ชนิดนี้ถูกยกขึ้นมาเปรียบเทียบกับชาร์ลี
ตัวละครหลักของเรื่อง “ชาร์ลี” เด็กหนุ่มแสนธรรมดาอายุ 15 ปี

ชาร์ลีชื่นชอบการไปปาร์ตี้เพียงเพื่อนั่งสังเกตชีวิตผู้คน ไม่มีแฟน ไร้เพื่อนสนิท ตัวตนของเขาเบาบางเหลือเกินในโรงเรียนแห่งนี้
แต่แล้วชีวิตของชาร์ลีก็เปลี่ยนผันเมื่อขึ้นชั้นมัธยมปลาย และได้พบกับเพื่อนใหม่ที่เข้ามาเติมเต็มความว่างเปล่าเปราะบางของหัวใจเขา

“แพทริก” เพื่อนผู้ชายรุ่นพี่สุดเพี้ยนที่สอนให้เขารู้จักสิ่งต่าง ๆ
“แซม” รุ่นพี่สาวสวยที่เขาตกหลุมรักตั้งแต่แรกพบ

ทั้งสามกลายเป็นเพื่อนสนิทกัน และเปิดโลกกว้างให้กับเด็กหนุ่ม นำพาทั้งเพื่อนใหม่ ๆ
และประสบการณ์ชีวิตที่ชาร์ลีอาจไม่มีวันได้รู้จักหากไม่ได้เจอกับทั้งสอง

รักครั้งแรก มิตรภาพ ปัญหาครอบครัว ความเจ็บปวด สับสน เปลี่ยวเหงา การก้าวผ่านวัยจากเด็กสู่วัยรุ่น
บทเพลง หนังสือ เหล้า ยาเสพติด ไปจนถึงเพศและความสัมพันธ์ ฯลฯ คือเรื่องราวที่เด็กหนุ่มธรรมดาคนนี้ได้พบเจอ
เช่นเดียวกับทุกคนที่เคยเป็นวัยรุ่น ต้องมีสักอย่างที่เคยผ่านเข้ามาเป็นจุดเปลี่ยนชีวิตของคุณ ณ วันเยาว์เหล่านั้น

นวนิยาย Coming of age เล่มคลาสสิกแห่งยุคปี 2000 ที่ได้รับคำวิจารณ์แง่บวกอย่างล้นหลาม
นวนิยายเรื่องนี้มาจากภาพยนตร์เรื่องดังในชื่อเดียวกัน ด้วยฝีมือผู้กำกับและนักเขียนคนเดียวกัน
Stephen Chbosky ผู้สร้างปรากฎการณ์ให้พวกเรายังคงจดจำจวบจนวัน

(นิยายเรื่อง The Perks of being a Wallflower ฉบับภาษาไทย สนพ.Mars Publishing เคยพิมพ์ออกมาแล้วในปี 2556
มีชื่อไทยว่า 'จดหมายรักจากนายไม้ประดับ' ผู้แปลเป็นคนเดิมเหมือนฉบับพิมพ์ใหม่ คันฉัตร รังษีกาญจน์ส่อง)

รูปภาพ

=======================================================
ที่มา fb Biblipublishing

[แพรวสำนักพิมพ์] "หนังสือใหม่" ในงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ครั้งที่ 51 @ บูธ D48 ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

งานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ครั้งที่ 51 และสัปดาห์หนังสือนานาชาติ ครั้งที่ 21 วันที่ 30 มี.ค. – 9 เม.ย. 66
ณ ฮอลล์ 5-7 ชั้น LG ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ แพรวสำนักพิมพ์ บูธ D48



=======================================================

:: หนังสือใหม่ ::

1. THE WITCHER SEASON OF STORMS ฤดูกาลแห่งพายุ (ออกในงานหนังสือ วันที่ 2 เม.ย. 2566)

ANDRZEJ SAPKOWSKI เขียน
ธนพร ภู่ทอง แปล
ราคา 495 บาท

ลด 15% เหลือ 421 บาท

ตราหัตย์ น้ำอมฤต และดาบประจำกายทั้งสองเล่ม
เป็นความภาคภูมิใจของวิทเชอร์ทุกคนในการต่อกรกับสัตว์ประหลาดที่จ้องจะทำลายมนุษยชาติ

'เกรอลท์แห่งริเวีย' วิทเชอร์ฝีมือฉกาจ จำเป็นต้องหาดาบคู่กายที่หายไป!
เหล่าจอมเวทกำลังวางแผนร้าย กลุ่มเมมเองก็เริ่มรวมตัว
เป้าหมายของเขาคือกำจัดความชั่วร้ายให้หมดสิ้นไปจากโลกใบนี้

ฤดูกาลแห่งพายุใกล้มาถึงแล้ว
เรื่องราวต่อจากนี้จะเป็นอย่างไร...

มหากาพย์นิยายแฟนตาซีจากปลายปากกาของ ANDRZEL SAPAKOWSKI
ที่มียอดขายกว่า 20 ล้านเล่มทั่วโลกและแปลแล้วกว่า 40 ภาษา



2. วิน

ฮาร์ลาน โคเบน เขียน
วรรธนา วงษ์ฉัตร แปล
ราคา 395 บาท

ลด 15% เหลือ 336 บาท



3. โลกใบเล็กของเด็กเก้าขวบ (นิยายเกาหลี)

วีกีช็อล เขียน
มินตรา อินทรารัตน์ แปล
ราคา 235 บาท

ลด 15% เหลือ 200 บาท

แพ็กยอมิน เริ่มจดจำโลกได้ตั้งแต่วัยเก้าขวบ และ “โลก” ในสายตาของเด็กวัยเก้าขวบอย่างเขาก็เต็มไปด้วย
สีสันต่างๆ มากมายที่ตัวเขาเองในเวลานั้นยังไม่รู้จักบางสีดีด้วยซ้ำ หลังจากเขาได้ย้ายจากปูซานมายังชุมชนภูเขาในโซล
โลกของเขาก็พลันเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง เขาได้รู้จักผู้คนมากมาย ทั้งชินกีจง เพื่อนใหม่จอมโกหก
นักปรัชญาที่เอาแต่นั่งฝันถึงโลกภายนอกอยู่ในห้องรูหนู ชังอูริม เด็กสาวผู้น่ารักแต่แสนหยิ่ง รวมถึงนกนางแอ่นดำที่โกรธแค้นพ่อของตัวเอง....
พบกับเรื่องราวที่เปี่ยมด้วยอารมณ์ขันและไหวพริบอันอบอุ่นของผู้ที่กำลังปีนป่ายโลกอันสูงชัน ซึ่งจะทำให้คุณรู้ว่า
"อายุเก้าขวบเป็นช่วงวัยที่รับรู้อะไรต่อมิอะไรได้มากกว่าที่ทุกคนคิด"



4. Later และแล้วมันก็มา

สตีเวน คิง เขียน
วรรธนา วงษ์ฉัตร แปล
ราคา 395 บาท

ลด 15% เหลือ 336 บาท

เจมี คองคลิน เด็กชายวัยแปดขวบ อาศัยอยู่กับคุณแม่เลี้ยงเดี่ยว เทีย คองคลิน ตามลำพังสองคน
หลังจากที่ลุงของเจมีที่เป็นเจ้าของสำนักงานตัวแทนของนักเขียนชื่อดังหลายคนได้ล้มป่วยด้วยโรคอัลไซเมอร์
และต้องเข้าไปอยู่ในสถานดูแล เทียจึงรับช่วงดูแลสำนักงานต่อ ทุกอย่างน่าจะเป็นไปได้ด้วยดี ถ้าไม่ใช่เพราะ
เรจิส โทมัส นักเขียน Bestseller ที่เป็นตัวทำเงินให้กับบริษัท ได้เสียชีวิตลงอย่างกะทันหันก่อนจะเขียนต้นฉบับจบ

งานนี้เทียจำเป็นต้องอาศัยความสามารถพิเศษของลูกชายวัยแปดขวบให้ช่วยคุยกับเรจิส โทมัส นักเขียนที่ตายไปแล้วว่า
พล็อตเรื่องที่เหลือคืออะไร แม้เธอจะไม่เชื่อในเรื่องนี้มาก่อน ลูกชายของเธอสามารถ "มองเห็นคนตายได้"
พลังสุดพิเศษทำให้ชีวิตวัยเด็กของเจมีต้องพังทลาย เมื่อตำรวจบังคับให้เขาช่วยสืบสวนคดีขวัญผวา
เขาก็ได้พบกับผลลัพธ์ดำมืดที่ชวนให้ขนลุกไปถึงหัวใจ!



=======================================================

:: เล่มนี้ที่ต้องมี ชุดนี้ที่ต้องหิ้ว! ::



























=======================================================

:: โปรโมชัน ::

- ซื้อหนังสือ 1-3 เล่ม ลด 15%
- ซื้อหนังสือ 4-6 เล่ม ลด 20%
- ซื้อหนังสือ 7 เล่มขึ้นไป ลด 25%
- Boxed set ลด 20%

ของแถม
- ที่คันจิบิน้องนาก
ที่งาน: เมื่อซื้อหนังสือ 1 เล่ม รับที่คั่น 1 แบบ (สูงสุด 6 แบบ)
ออนไลน์: ซื้อครบ 800 บาท (หลังหักส่วนลด) รับที่คั่นจิบิน้องนาก 1 ชุด (3 แบบ คละลาย)
- กระเป๋าผ้านุ่มนิ่ม Book, always with me
ที่งานและออนไลน์: เมื่อซื้อหนังสือครบ 2,500 บาท (หลังหักส่วนลด)

*ของแถมมีจำนวนจำกัด



=======================================================
ที่มา fb PraewPublishing

วันอาทิตย์ที่ 9 ตุลาคม พ.ศ. 2565

[Bibli] "หนังสือใหม่" ใน งานมหกรรมหนังสือระดับชาติ ครั้งที่ 27 @ J35 ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

พบกันที่บูธ J35 ในงานมหกรรมหนังสือระดับชาติครั้งที่ 27 วันที่ 12-23 ต.ค. 2565  
เวลา 10 โมงเช้า - 3 ทุ่ม ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์



=======================================================

1. บ้านวิกลคนประหลาด 変な家 Hen na Ie

ผู้เขียน: Uketsu
ผู้แปล: ฉัตรขวัญ อดิศัย
ออกแบบปก: อภิสรา มะลิวัลย์
จำนวน 232 หน้า
ราคาเต็ม 265 บาท

"ฉัน" เป็นนักเขียนอิสระผู้เชี่ยวชาญเรื่องลี้ลับ ด้วยลักษณะงานทำให้มีโอกาสฟังเรื่องราวประสบการณ์พิศวงอยู่บ่อย ๆ
โดยเฉพาะเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับ "บ้าน" สิ่งปลูกสร้างที่มาพร้อมเรื่องเล่าลึกลับมีอยู่นับไม่ถ้วน
แต่เรื่องราวของ "บ้าน" หลังที่ฉันเพิ่งได้ฟังและเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้อง กลับไม่เหมือนเรื่องใดที่เคยได้ยินมา

คุณดูออกไหมว่าบ้านหลังนี้ผิดปกติตรงไหน หากมองเผิน ๆ ก็ดูเหมือนบ้านคนดาษดื่นทั่วไป
แต่หากพิจารณาให้ละเอียดถี่ถ้วนทุกซอกมุม กลับสังเกตเห็นความแปลกประหลาดน่าสงสัยอยู่ทุกหนแห่ง

พื้นที่ห้อง...บานประตู...ช่องหน้าต่าง...
ทุกตารางนิ้วแฝงไปด้วยความบิดเบี้ยว พิลึกพิลั่น สะกิดจินตนาการอันสยดสยอง
ดำดิ่งสู่มุมมืดของจิตใจมนุษย์อันลึกเกินหยั่ง แม้เพียงมองดูแผนผังของมันเท่านั้น
นี่คือเรื่องราวของบ้านสุดพิศวง สั่นประสาท ที่จะทำให้คุณต้องอ่านรวดเดียวจนจบ

นิยายเรื่องดังชวนขนลุกที่สร้างกระแสจนเป็นไวรัลสั่นสะเทือนโลกอินเทอร์เน็ตมาแล้ว



2. แม่มดกิกิผจญภัย ตอน ไปรษณีย์ด่วนแม่มด
魔女の宅急便 / Majo no Takkyuubin / Kiki's Delivery Service


ผู้เขียน: Eiko Kadono
ผู้แปล: ปิยะวรรณ ทรัพย์สำรวม
Illustrations: อาคิโกะ ฮายาชิ
จำนวน 228 หน้า
ราคาเต็ม 295 บาท

ก่อนอายุสิบขวบ กิกิโตมาแบบเด็กผู้หญิงธรรมดาคนหนึ่ง…จนเมื่ออายุครบสิบขวบได้สักพักแล้วได้ยินเพื่อนพูดว่า

“ฉันจะเจริญรอยตามแม่ไปเป็นช่างเสริมสวยละ” กิกิจึงเริ่มคิดเรื่องการ “เจริญรอยตาม” แม่บ้าง...
ถึงอย่างนั้นกิกิกลับคิดไม่ตก เพราะไม่อยากคิดง่าย ๆ แค่ว่า ในเมื่อแม่เป็นแม่มด ฉันก็ต้องเป็นเหมือนกัน…

การเดินทางตามหาสถานที่ลงหลักปักฐานของกิกิ แม่มดน้อยวัยสิบสามปี กับจิจิ แมวดำคู่ใจ
เป็นเวลาหนึ่งปีตามธรรมเนียมเก่าแก่ของผู้สืบเชื้อสายแม่มด กิกิต้องค้นหาสิ่งที่ตัวเองจะทำได้
และมุ่งมั่นกับเส้นทางที่เลือกด้วยตัวเองครั้งแรก ท่ามกลางสถานที่และผู้คนที่ไม่คุ้นเคย
กิกิผู้มีความสามารถเพียงการขี่ไม้กวาดจะใช้ชีวิตด้วยตัวเองสำเร็จหรือไม่

นี่คือเรื่องราวของการค้นหาตัวตนใหม่ ๆ ของเด็กหญิงคนหนึ่งในสถานที่ห่างไกลบ้าน
เพื่อเรียนรู้การใช้ชีวิตด้วยตัวเองและเติบโตเป็นผู้ใหญ่ขึ้นอีกนิด
ก่อกำเนิดการผจญภัยของแม่มดน้อยที่ครองใจนักอ่านทุกวัยที่ยังมีหัวใจของความเป็นเด็ก

จากผลงานชิ้นเอกของเอโกะ คาโดโนะ นักเขียนญี่ปุ่นผู้ได้รับรางวัลฮันส์ คริสเตียน แอนเดอร์เซน
และได้รับการดัดแปลงเป็นแอนิเมชัน Kiki’s Delivery Service ของสตูดิโอจิบลิที่ใครหลายคนหลงรัก



3. ภารกิจห้องสมุดของคนเกลียดการอ่าน 読書嫌いのための図書室案内 Dokushogirai no Tame no Toshoshitsu Annai

ผู้เขียน Mami Aoya
ผู้แปล ธนัญ พลแสน
จำนวนหน้า 368 หน้า
ราคา 355 บาท

อาราซากะ โคจิ เป็นประเภทเกลียดการอ่าน เขาไม่เข้าใจมุมมองของคนรักการอ่าน
ขณะเดียวกันเราก็ไม่เข้าใจว่าจะมีใครที่เกลียดการอ่านขนาดนั้น โคจิ เป็นเด็กหนุ่มชั้นมัธยมปลาย
เขาคิดแค่ว่าถ้าเป็นกรรมการห้องสมุดก็คงไม่ต้องทำอะไรมาก ถึงจะต้องอยู่กับหนังสือก็เถอะ
แต่เรื่องไม่ง่ายแบบนั้น เพราะอาจารย์คาวาอิมอบหมายให้เขาคืนชีพวารสารห้องสมุด

ฟุจิโอะ โฮตารุ เป็นประเภทรักการอ่าน เธอพูดน้อย เก็บตัว มีหนังสือเป็นเพื่อน แต่ถ้าเมื่อไรใครสักคนพูดด้วยเรื่องหนังสือ
เธอจะกลายเป็นคนละคนและเต็มไปด้วยประกายในแววตา ฟุจิโอะเองก็เป็นหนึ่งในกรรมการฯ ด้วยเช่นกัน เธอต้องทำภารกิจร่วมกับโคจิ

ทั้งคู่ไม่ได้ต้องเขียนคอลัมน์เองทั้งหมด เช่น คอลัมน์รีวิวจากผู้อ่าน พวกเขาเลยต้องไปขอให้คนรอบตัวช่วยเขียนรีวิวให้
ทั้งเพื่อนร่วมห้องจอมทะเล้น รุ่นพี่ชมรมศิลปะสุดเท่ และอาจารย์สอนวิชาชีวะที่มีข่าวลือว่าเป็นคนแปลกประหลาด
แต่เพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนพวกเขาก็ต้องทำภารกิจเสริมเพื่อแลกเปลี่ยนกับรีวิวด้วย

แล้วโคจิกับฟุจิโอะก็เข้าไปเกี่ยวข้องกับความลับของแต่ละคน และเรื่องที่เป็นปริศนาที่สุดก็คือคดีฆ่าตัวตายในโรงเรียนเมื่อยี่สิบปีก่อน

พบกับเรื่องราววุ่นๆ ของวัยรุ่นกับหนังสือที่อยากให้ทุกคนได้อ่าน โดยเฉพาะคนที่ไม่ชอบอ่านยิ่งอยากให้อ่าน!



4. บริการสุดท้ายแด่ผู้ตาย เก็บกวาดความแตกสลายของชีวิต 죽은 자의 집 청소

ผู้เขียน: คิมวัน
ผู้แปล: มินตรา อินทรารัตน์
ออกแบบปก: Por Thunwarath
จำนวน 256 หน้า
ราคาเต็ม 295 บาท

เมื่ออาชีพใหม่ที่เริ่มเป็นที่รู้จักมากขึ้นในเกาหลีใต้อย่าง “พนักงานทำความสะอาดบ้านของผู้ล่วงลับ”
ซึ่งเป็นการทำความสะอาดพิเศษในที่อยู่อาศัยที่มีคนตายได้รับการถ่ายทอดจากผู้ประกอบอาชีพนี้โดยตรง

คิมวัน ผู้เขียนและผู้ก่อตั้งบริษัทบริการทำความสะอาดพิเศษ “ฮาร์ดเวิร์กส์”
จะพาเราไปเยี่ยมเยือนที่อยู่อาศัยหลากหลายประเภททั่วประเทศเกาหลีใต้
เพื่อทำความสะอาดและเก็บกวาดสิ่งของของผู้ล่วงลับ

ในขณะเดียวกันที่เรื่องราวในชีวิตและตัวตนของผู้คนเหล่านั้นจะถูกเปิดเผยออกมาผ่านสิ่งของต่าง ๆ
ในบ้านที่ผู้เขียนและทีมงานต้องเก็บไปทิ้ง เช่น หนังสือ ของตกแต่งบ้าน สมุดโน้ต อัลบั้มภาพถ่าย
ผ้าห่ม และข้าวของทุกอย่างที่ถูกทิ้งไว้ การจากไปของชีวิตเป็นเรื่องธรรมดาก็จริง
แต่การได้เฝ้ามองร่องรอยของผู้ที่จากไปนั้นอาจทำให้ผู้ที่ยังอยู่
ได้มองเห็นคุณค่าและท่วงทำนองสำคัญของลมหายใจมากขึ้น

    ถึงหนังสือเล่มนี้จะพูดถึงรายละเอียดบางอย่างของ “ความตาย”
แต่ในขณะเดียวกันเรื่องราวทั้งมวลก็สะท้อนไปสู่ความหมายของการมี “ชีวิต”
นี่อาจเป็นเหตุผลที่บันทึกของพนักงานทำความสะอาดพิเศษเล่มนี้
มีความงดงามราวกับดอกไม้ แม้จะเป็นดอกไม้แห่งความอาลัยก็ตาม



5. ร้านมหัศจรรย์สำหรับคนไม่หยุดฝัน 2 ตอน ตามหาลูกค้าที่หายไป
달러구트 꿈 백화점 2 - 단골손님을 찾습니다


ผู้เขียน: อีมีเย
ผู้แปล: วนิดา คราวเหมาะ
ออกแบบปก: Jelda Land
จำนวน 368 หน้า
ราคาเต็ม 379 บาท

ไม่ว่าจะเป็นเรื่องใด หลังกลายเป็นความทรงจำแล้ว
ขอบเขตของความดีใจและความเสียใจเล็ก ๆ น้อย ๆ จะจางหายไป

เพนี เป็นพนักงานประจำห้างสรรพสินค้าขายความฝันดัลเลอร์กู้ทมาครบหนึ่งปีแล้ว
แม้เธอจะรู้สึกคุ้นเคยกับตาชั่งเปลือกตาและระบบดรีมเพย์จนทำงานอย่างมั่นใจมากขึ้น
แต่เธอก็ยังตื่นเต้นและคาดหวังว่าจะได้มองเห็นโลกที่กว้างกว่าปีที่ผ่านมา
และครุ่นคิดว่าความสามารถของเธอจะช่วยให้ลูกค้ามีเรี่ยวแรงในการใช้ชีวิตอีกครั้งอย่างไร

ทว่าสิ่งที่เพนีกังวลคือ จู่ ๆ ลูกค้าประจำของร้านก็หายไปหลายคน
มีบางคนทิ้งเรื่องร้องเรียนกับทางร้านไว้ผ่านหน่วยงานควบคุมและรับคำร้องเรียนของประชาชน
แต่บางคนก็หายไปอย่างไร้ร่องรอย เพนีจึงอาสาช่วยค้นหาว่าทำไมพวกเขาจึงไม่อยากฝัน

“พวกเรามีตอนที่เปียกโชกไปด้วยอารมณ์ต่าง ๆ ไม่น้อยเหมือนกันนะครับ
แต่สักพักเราก็จะดีขึ้นราวกับไม่เคยเป็นแบบนั้นมาก่อน ตอนนี้คุณลูกค้าแค่เปียกโชกด้วยอารมณ์หมดแรงสักพักแค่นั้นเอง”

“อย่างน้อยก็ได้รู้ว่าเธอนอนหลับสนิทดีทุกครั้ง ดีกว่ามีชีวิตโดยไม่รู้เรื่องนั้นตั้งเยอะ”

“หวังว่านี่จะเป็นความฝันที่เธอตามหานะ”

เรื่องราวภาคต่อของนวนิยายแฟนตาซีเยียวยาจิตใจที่ติดอันดับ TOP10 ในชาร์ตหนังสือขายดีต่อเนื่อง 75 สัปดาห์
ขายลิขสิทธิ์แปลได้แล้วกว่า 10 ประเทศทั่วโลก หนึ่งในหนังสือที่ดีที่สุดของปี 2020 และ 2021 ที่คัดเลือกโดยผู้อ่าน



=======================================================



=======================================================
ที่มา fb Biblipublishing