วันจันทร์ที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2566

[Bibli] "หนังสือใหม่" ในงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ครั้งที่ 51 @ บูธ I15 ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

มาเจอกันนะในงานสัปดาห์หนังสือ ครั้งที่ 51 บูธ i15 (โซนหนังสือทั่วไป)
วันที่ 30 มีนาคม - 9 เมษายน 2566 ที่ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

รูปภาพ

=======================================================

1. แม่มดกิกิผจญภัย เล่ม 3 ตอน กิกิกับแม่มดปริศนา
魔女の宅急便その3キキともうひとりの魔女
Majo no Takkyubin 3: Kiki to mou Hitori no Majo (นิยาย)


พบกับภาคต่อของนวนิยายที่ทุกคนรอคอย แม่มดกิกิผจญภัย ในช่วงเวลาที่ก้าวกระโดดไปอีกนิด เป็นตอนที่กิกิอายุสิบหกปี
กิจการไปรษณีย์ด่วนแม่มดยังคงดำเนินไปด้วยดี แม่มดน้อยจากต่างเมืองคนนี้ยังคงได้รับความไว้วางใจจากชาวเมืองโคริโกะ
กิกิกับจิจิช่วยกันจัดส่งข้าวของด้วยกันอย่างขยันขันแข็ง และมีอีกสองงานเพิ่มขึ้นมา คือ ปลูกพืชสมุนไพร และปรุงยาสมุนไพรแก้จาม

ทุกอย่างดำเนินไปอย่างสงบสุขพอควร การเป็นแม่มดหนึ่งเดียวในเมืองที่ตัวเองตกหลุมรัก
และได้ใช้พลังเวทมนตร์เท่าที่มีทำประโยชน์ให้คนอื่นที่ให้กิกิรู้สึกภูมิใจในตัวเอง มั่นใจว่าตัวเอง
“จำเป็น” ต่อเมืองโคริโกะ กระทั่ง “เกะเกะ” เด็กหญิงผู้มีที่มาที่ไปเป็นปริศนาปรากฎตัวขึ้น
และดูเหมือนว่าเกะเกะจงใจเดินตามรอยกิกิและทำตัวเป็นคู่แข่งกับกิกิขึ้นมา
ใบขณะเดียวกับชาวเมืองก็เหมือนจะชื่นชอบและยอมรับในตัวเกะเกะขึ้นเรื่อยๆ
ทำให้กิกิที่เคยใช้ชีวิตด้วยความร่าเริงสนุกสนานทุกวันคล้ายจะหายไป
เธอยังจำเป็นต่อเมืองนี้อีกไหม ? กิกิเริ่มไม่มั่นใจแล้ว

รูปภาพ

2. แมวปริศนากับใบไม้แห่งคำทำนาย 猫のお告げは樹の下で Neko no Otsuge wa Kinoshitade (นิยาย)

เรื่องราวของผู้คนทั้ง 7 ที่จะพาคุณไปสำรวจสิ่งที่ทำหล่นหายขณะกำลังเดินไปบนเส้นทางชีวิต
นิยายเรื่องเยี่ยมที่เปี่ยมไปด้วยความตื้นตันและชวนให้รู้สึกอบอุ่นหัวใจ

ผู้คนที่มีปมปัญหาชีวิตทั้ง 7 คน ได้เดินทางเข้าไปยังศาลเจ้าแห่งหนึ่งซึ่งเต็มไปด้วยแมกไม้
พวกเขาได้พบกับ “มิกุจิ” แมวสองสีขาวดำที่มีลายรูปดาวสีขาวตรงสะโพก เมื่อใดที่ “มิกุจิ”
แปะขาหน้าของตนลงไปที่ “ต้นทาราโย” จะมีใบไม้ร่วงหล่นลงมา บนใบไม้ใบนั้นปรากฎ
ข้อความบางอย่างที่มีเพียงพวกเขาเท่านั้นจะได้เห็น และเมื่อมีใครหยิบใบไม้ขึ้นมาดู
เจ้าแมวมิกุจิก็จะวิ่งจากไป เจ้าอาวาสที่ศาลเจ้าแห่งนั้นบอกเอาไว้ว่า ถ้อยความนั้นคือ
“คำพยากรณ์” แต่นั่นก็เป็นเพียงคำบอกใบ้เพื่อไปให้ถึงคำตอบที่แท้จริง
ที่พวกเขาทุกคนจะต้องตามหาด้วยตัวเองต่อไป

หนังสือเล่มนี้เหมาะอย่างยิ่งหากชีวิตของคุณกำลังหลงทาง และต้องการใครบางคนมาให้คำทำนายทายทัก
ไม่ว่าคำพยากรณ์หรืออนาคตที่จะได้พบเจอนั้นดีหรือร้าย สำคัญคือความหวังบางประการยังคงผลิบานอยู่เสมอใต้ต้นทาราโยต้นนี้

รูปภาพ

3. บ้านพักใจโอบไออุ่นทะเล エミリの小さな包丁 Emiri no Chiisana Hocho (นิยาย)

…ชีวิตมีจังหวะที่เหมาะสมของมันเสมอ สิ่งสำคัญคือเราต้องไม่ลืมว่า ตัวตนของเรามีคุณค่าโดยไม่ต้องรอให้ใครมาตัดสิน

ในช่วงเวลาที่หัวใจกำลังสับสนอย่างหนัก หลังจากสูญเสียทั้งงาน เงิน
และคนรัก เอมิริ หญิงสาววัย 25 ก็ตัดสินใจหนี พร้อมหอบหิ้วหัวใจอันบอบช้ำมุ่งสู่บ้านของคุณตา
ที่อาศัยอยู่ตามลำพักกับสุนัขชราพันธุ์ชิบะที่ทัตสึอุระหมู่บ้านชาวประมงอันห่างไกล
ขณะที่อยู่บ้านของคุณตาผู้มีอาชีพทำกระดิ่งลม คุณตาสอนให้เอมิริทำสิ่งต่างๆ ทั้งตกปลา
ทำอาหาร กระทั่งลับมีดทำครัวเล่มเล็กเก่าๆ ที่คุณตาใช้แล่ปลาเสมอ

ทว่ากิจวัตรประจำวันแสนธรรมดาที่เรามักหลงลืมความหมายของมันไป กลับช่วยขัดเกลาให้เอมิริกลายเป็นคนใหม่
และหัวใจก็ได้รับการเยียวยาอย่างคาดไม่ถึง เรื่องราวการเติบโตและการเริ่มต้นใหม่ในเมืองริมทะเลของหญิงสาวคนหนึ่ง
ที่พยายามเรียนรู้ เข้มแข็ง​ ยอมรับบาดแผลจากอดีต และก้าวต่อไปข้างหน้า โดยมีคุณตาและคนรอบข้างคอยซัพพอร์ต
พร้อมด้วยเมนูอุ่นๆ จากครอบครัวที่ช่วยรักษาบาดแผลในหัวใจ

หากคุณหลงรักหนังสือแห่งการเริ่มต้นชีวิตใหม่ อย่าง “ฉันจะไม่ลืมร้านหนังสือโมริซากิ” ก็ไม่ควรพลาดเล่มนี้ด้วยประการทั้งปวง

รูปภาพ

4. #ถึงเวลาเล่าความจริง #真相をお話しします#Shinso wo Ohanashi Shimasu (นิยาย)

ในชีวิตประจำวันธรรมดา คุณมองเห็นความผิดปกติอะไรหรือไม่ ?
ในบรรดาผู้คนที่รู้จัก คุณจะรู้ได้อย่างไรว่าพวกเขามิได้วิกลจริต ?
เรื่องราวที่เห็นอยู่ตรงหน้า คุณแยกออกจริงๆ หรือว่า เรื่องไหนจริง เรื่องไหนหลอน ?

…หลายคนคงคุ้นเคยกับสำนวน “ยอดภูเขาน้ำแข็ง” ที่มีความหมายว่าสิ่งที่เราเห็นนั้น
เป็นเพียงส่วนหนึ่งของเรื่องราวที่แท้จริงทั้งหมด หากเราได้ลองไล่เรียงจากปลายเหตุไปยังต้นสาย
อาจจะพบกับความที่ไม่คาดคิด ความจริงที่ใหญ่โต ลึกซึ้งกว่าแค่ดวงตามอง

ยูกิ ชินอิจิโร ก็ใช้วิธีการเขียนเช่นนี้ เขาตั้งต้นเรื่องราวจาก “ตอนนี้” แล้วย้อนไปถึงที่มาที่ไปของเหตุการณ์
พอเล่ามาถึงจุดปัจจุบันก็จับผู้อ่านโยนลงหุบเหวแห่งความเป็นจริงอันน่าตื่นตะลึงโดยไม่ให้เราหยุดพัก…

ปรากฏการณ์ที่ในมุมหนึ่งก็น่าอัศจรรย์ แต่หากมองอีกมุมก็อาจจะน่ากลัวเกินจินตนาการ
แล้วคุณล่ะ ? “มองเห็น” ความจริงอันผิดเพี้ยน ที่ซุกซ่อนอยู่ในชีวิตประจำวันที่แสนปกติธรรมดาหรือเปล่า

ผลงานรวมเรื่องสั้นแนวลึกลับระทึกขวัญ 5 เรื่อง โดย ยูกิ ชินอิจิโร
นักเขียนผู้ได้รับการขนานนามว่าเป็น ‘ดาวรุ่งดวงใหม่แห่งวงการนิยายสืบสวนญี่ปุ่น’
ยอดขายทะลุ 200,000 เล่ม และได้รับความสนใจจากสื่อทั่วประเทศ
ไม่ว่าจะเป็นรายการโทรทัศน์ หนังสือพิมพ์ รายการวิทยุ และโซเชียลมีเดีย

รูปภาพ

5. ร้านกล่องดนตรีที่เสียงเพลงไม่เคยหลับใหล ありえないほどうるさいオルゴール店 Arienai Hodo Urusai Orgel-ten (นิยาย)

ณ ร้านขายกล่องดนตรีในเมืองเล็ก ๆ แห่งหนึ่ง เจ้าของร้านหนุ่มมักเชิญชวนให้ลูกค้าลองฟังบทเพลงจากกล่องดนตรีที่วางโชว์ไว้
หากสนใจก็สามารถสั่งผลิตโดยเลือกส่วนประกอบเองได้ทุกอย่างตั้งแต่กลไกด้านในไปจนถึงการตกแต่งด้านนอก
และสิ่งสำคัญคือบทเพลงที่บรรเลง ลูกค้าจะเลือกเป็นเพลงทั่วไปหรือสั่งผลิตเพลงพิเศษก็ได้ หากเลือกไม่ได้ก็ไม่ต้องกังวล
เพราะเจ้าของร้านที่มีฝีมือหูดีสามารถช่วยแนะนำดนตรีที่เหมาะสมให้ เป็นเสียงเพลงที่เขาได้ยินมันบรรเลงอยู่ในหัวใจของลูกค้า
นอกจากจะได้เป็นเจ้าของกล่องดนตรีที่มีเพียงชิ้นเดียวในโลกแล้ว ลูกค้าจะได้ฟังเสียงเพลงแห่งความทรงจำของตนอีกครั้ง
ลูกค้าทั้ง 7 คน ที่แวะเวียนมาเพื่อสั่งทำกล่องดนตรีชิ้นพิเศษ บอกเราให้รับรู้ 7 เรื่องราวที่แต่ละคนกำลังเผชิญ
และได้ฟัง 7 บทเพลงที่ช่วยเยียวยาพวกเขา หากบทเพลงเปรียบเสมือนดนตรีประกอบเหตุการณ์สำคัญในช่วงเวลาต่างๆ
แล้วบทเพลงแห่งชีวิตของคนเหล่านั้นจะเป็นเพลงแบบไหนกันนะ เพลงที่เพียงได้ยินโน้ตตัวแรกก็เรียกความทรงจำอันล้ำค่าให้พร่างพรูออกมา
เพียงถือกล่องดนตรีไว้ในมือ หัวใจของพวกเขาก็รู้สึกอบอุ่นและมีความหวังอีกครั้ง เพลงบางเพลงช่วยย้ำเตือนให้เราหวนนึกถึงสิ่งสำคัญ
ปลดปล่อยความทุกข์และความกังวล นี่คือเรื่องราวที่จะพาคุณไปสัมผัสมนตร์วิเศษของเสียงดนตรีที่ถ่ายทอด “ความรู้สึก”
ได้ละเมียดละไมกว่าคำพูด หากคุณชื่นชอบเรื่องสั้นเกี่ยวกับความสัมพันธ์ที่มีบทสรุปที่คาดไม่ถึง
เราอยากให้คุณลองแวะมาที่‘ร้านกล่องดนตรีที่เสียงเพลงไม่เคยหลับใหล’ สักครั้ง

รูปภาพ

6. ฉันจะไม่ลืมร้านหนังสือโมริซากิ 森崎書店の日々Morisaki Shoten no Hibi (นิยาย)

“ทาคาโกะ” หญิงสาววัยยี่สิบเพิ่งเลิกรากับคนรักและต้องลาออกจากงานกะทันหัน เธอกำลังอยู่ในช่วงชีวิตหดหู่ไร้เรี่ยวแรง
กระทั่งได้รับการติดต่อจากน้าชายที่ไม่ได้พบหน้ากันมาเป็นสิบปี เขาบอกให้เธอไปช่วยงานที่ “ร้านหนังสือโมริซากิ”
ซึ่งเป็นร้านที่ตกทอดสืบต่อกันมาตั้งแต่สมัยตาทวด สิ่งที่ทาคาโกะสัมผัสได้เป็นอย่างแรกเมื่อเหยียบย่างเข้าไปในร้าน
ซึ่งอัดแน่นไปด้วยหนังสือกว่า 6 พันเล่ม คือ กลิ่นอับของหนังสือเก่าที่โชยมาเตะจมูก เธอพักอาศัยภายในห้องรกๆ
บนชั้นสองของร้านและตั้งใจว่าจะอยู่เพียงชั่วคราว ความสัมพันธ์ระหว่างคนขายและคนซื้อหนังสือที่เป็นนักอ่านเหมือนกัน
เมื่อทาคาโกะได้เริ่มสนิทสนมกับผู้คนก็ได้รับรู้เรื่องราวของพวกเขาทีละน้อย นอกจากจะได้รับคำแนะนำแล้ว
ยังมีความเอื้ออาทรเป็นห่วงเป็นใยจากคนเหล่านั้นที่ช่วยเยียวยาจิตใจของทาคาโกะให้เธอกล้าเริ่มต้นชีวิตใหม่อีกครั้ง

“ถ้าไม่ได้ไปที่ร้านนั้น อนาคตต่อจากนี้คงใช้ชีวิตอย่างเลื่อนลอยไปตลอด ที่นั่นมีแต่หนังสือก็จริง
แต่ก็ทำให้ได้เจอคนหลากหลาย ได้เรียนรู้มากมาย ในที่สุดก็รู้แล้วว่าอะไรคือสิ่งสำคัญสำหรับตัวเอง..”

รูปภาพ

7. ชายมหัศจรรย์ผู้ทำให้โลกรู้จักจิบลิ
Sharing a House with the Never-Ending Man: 15 Years at Studio Ghibli

คงมีน้อยคนที่ไม่เคยได้ยินชื่อ “สตูดิโอจิบลิ”
สตูดิโอผลิตภาพยนตร์แอนิเมชันสัญชาติญี่ปุ่นที่ประสบความสำเร็จและมีชื่อเสียงมากที่สุดแห่งหนึ่งในโลก

ทว่า อาจมีไม่กี่คนที่ทราบว่า มีชายชาวอเมริกันคนหนึ่งเป็นโต้โผในการทำให้ภาพยนตร์ของจิบลิออกมาโลดแล่นนอกประเทศญี่ปุ่น
และมีแฟนคลับอยู่ทั่วทุกมุมโลกอย่างทุกวันนี้ ใครคนนั้นก็คือ สตีฟ อัลเพิร์ต ผู้บริหารระดับสูงของสตูดิโอจิบลิ
มีบทบาทสำคัญในช่วงที่ภาพยนตร์จิบลิเริ่มขายลิขสิทธิ์ในต่างแดน สตีฟจะถ่ายทอดเรื่องราวการทำงานของเขาในฐานะ ‘ไกจิน’
หรือชาวต่างชาติคนในบริษัทแห่งนี้ จากตลอดระยะเวลาสิบห้าปีที่อยู่กับจิบลิ ออกมาให้เราทุกคนได้ทำความรู้จักสตูดิโอจิบลิมากขึ้น

หนังสือ “ชายมหัศจรรย์ผู้ทำให้โลกรู้จักจิบลิ” จะว่าเป็นอัตชีวประวัติแนวธุรกิจก็ใช่
จะว่าเป็นเรื่องเล่าที่สนุกสนาน แทรกมุกตลกก็ใช่ และอีกด้านสำคัญคือ การอธิบายถึงวัฒนธรรมการทำงานแบบญี่ปุ่นอย่างถึงพริกถึงขิง
ผ่านมุมมองของคนต่างชาติที่ต้องปรับตัว รับมือกับสถานการณ์เฉพาะหน้าต่างๆ อัลเพิร์ตจะพาผู้อ่านร่วมทริปท่องไปในโลกการทำงานของจิบลิ ,
อยู่กับเขาในขณะที่เขาแบกม้วนฟิล์มภาพยนตร์ขนาดใหญ่ขึ้นเครื่องบินไปแคลิฟอร์เนีย , นั่งข้างๆ เขาในตอนที่โดน ฮาร์วีย์ ไวน์สตีน ตะโกนใส่ ,
รับมือกับเหล่านักการตลาดของดิสนีย์ และร่วมในงานประกาศรางวัลออสการ์ที่ภาพยนตร์เรื่อง Spirited Away คว้ามาได้

ขอเชิญคุณก้าวเข้าสู่โลกของสตูดิโอจิบลิไปพร้อมๆ กันกับเรา

รูปภาพ

8. ขอให้วัยเยาว์ของเราเป็นนิรันดร์ The Perks of being a Wallflower (นิยาย)

"ดอกวอลล์ฟลาวเวอร์" หรือดอกไม้เล็ก ๆ ที่ขึ้นอยู่ตามริมทาง ไม่ได้สวยโดดเด่นหรือส่งกลิ่นหอมเหนือใคร
คือสิ่งที่ใช้เปรียบเปรยกับคนที่มีลักษณะดังที่กล่าวข้างต้น ในนิยายเล่มนี้ ดอกไม้ชนิดนี้ถูกยกขึ้นมาเปรียบเทียบกับชาร์ลี
ตัวละครหลักของเรื่อง “ชาร์ลี” เด็กหนุ่มแสนธรรมดาอายุ 15 ปี

ชาร์ลีชื่นชอบการไปปาร์ตี้เพียงเพื่อนั่งสังเกตชีวิตผู้คน ไม่มีแฟน ไร้เพื่อนสนิท ตัวตนของเขาเบาบางเหลือเกินในโรงเรียนแห่งนี้
แต่แล้วชีวิตของชาร์ลีก็เปลี่ยนผันเมื่อขึ้นชั้นมัธยมปลาย และได้พบกับเพื่อนใหม่ที่เข้ามาเติมเต็มความว่างเปล่าเปราะบางของหัวใจเขา

“แพทริก” เพื่อนผู้ชายรุ่นพี่สุดเพี้ยนที่สอนให้เขารู้จักสิ่งต่าง ๆ
“แซม” รุ่นพี่สาวสวยที่เขาตกหลุมรักตั้งแต่แรกพบ

ทั้งสามกลายเป็นเพื่อนสนิทกัน และเปิดโลกกว้างให้กับเด็กหนุ่ม นำพาทั้งเพื่อนใหม่ ๆ
และประสบการณ์ชีวิตที่ชาร์ลีอาจไม่มีวันได้รู้จักหากไม่ได้เจอกับทั้งสอง

รักครั้งแรก มิตรภาพ ปัญหาครอบครัว ความเจ็บปวด สับสน เปลี่ยวเหงา การก้าวผ่านวัยจากเด็กสู่วัยรุ่น
บทเพลง หนังสือ เหล้า ยาเสพติด ไปจนถึงเพศและความสัมพันธ์ ฯลฯ คือเรื่องราวที่เด็กหนุ่มธรรมดาคนนี้ได้พบเจอ
เช่นเดียวกับทุกคนที่เคยเป็นวัยรุ่น ต้องมีสักอย่างที่เคยผ่านเข้ามาเป็นจุดเปลี่ยนชีวิตของคุณ ณ วันเยาว์เหล่านั้น

นวนิยาย Coming of age เล่มคลาสสิกแห่งยุคปี 2000 ที่ได้รับคำวิจารณ์แง่บวกอย่างล้นหลาม
นวนิยายเรื่องนี้มาจากภาพยนตร์เรื่องดังในชื่อเดียวกัน ด้วยฝีมือผู้กำกับและนักเขียนคนเดียวกัน
Stephen Chbosky ผู้สร้างปรากฎการณ์ให้พวกเรายังคงจดจำจวบจนวัน

(นิยายเรื่อง The Perks of being a Wallflower ฉบับภาษาไทย สนพ.Mars Publishing เคยพิมพ์ออกมาแล้วในปี 2556
มีชื่อไทยว่า 'จดหมายรักจากนายไม้ประดับ' ผู้แปลเป็นคนเดิมเหมือนฉบับพิมพ์ใหม่ คันฉัตร รังษีกาญจน์ส่อง)

รูปภาพ

=======================================================
ที่มา fb Biblipublishing

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น